“ปฏิทินเพาะปลูกข้าว”ฉบับ”คูโบต้า”ทางเลือกใหม่ชาวนาไทย

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …ดลมนัส  กาเจ

            “ปฏิทินเพาะปลูกข้าวฉบับนี้ เป็นฉบับแรกที่สยามคูโบต้าได้จัดทำขึ้นมีความโดดเด่นคือ ค่ามาตรฐานของการเจริญเติบโตในแต่ละระยะซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถวัดผลการเจริญเติบโตของต้นข้าว เพื่อปรับการดูแลรักษาต้นข้าวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม”

            หากย้อนดูตัวเลขผลผลิตข้าวของไทย ในฐานะที่เป็นประเทศกสิกรรม มีการปลูกข้าวมายาวนาน แต่กลับพว่าผลผลิตกลับต่ำ อย่างผลผลิตปี2558/59 ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่าผลผลิตข้าวทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 709 กก.ขณะที่ประเทศไทยเพาะปลูกข้าวทั้งหมด  58.06 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 24.31ล้านตันข้าวเปลือก เฉลี่ยไร่ละ 419 กก.เท่านั้น    ขณะที่ต้นทุนการผลิตที่สูง เนื่องจากต้องยอมรับว่า ชาวนาไทยยังห่างไกลกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปลูกข้าวนั่นเอง ภาพรวมการทำนาในประเทศไทยยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทั้งที่ความจริงแรงงานภาคการเกษตรกำลังขาดแคลน

          กระนั้นก็ตามในยุคนี้ดูเหมือนว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การปฏิรูปภาคการเกษตรครั้งใหญ่ ที่กำหนดอย่างชัดเจนว่า การทำนาของไทยต้นการผลิตต้องต่ำลง ผลผลิตต้องสูงขึ้นและมีคุณภาพ ซึ่งปรากฏว่าได้รับการตอบรับทั้งหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชนบางส่วนท รวมถึงเกาตรกรเองเริ่มตื่นเพื่อเข้าสู่”เกษตรสมัยใหม่” อย่าง บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ทำแผนและเปิดตัว “ปฏิทินเพาะปลูกข้าว” ถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ สยามคูโบต้า ที่ผ่านการคิดค้น วิจัยและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรระดับเกจิจากประเทศญี่ปุ่น”ซึโทมุ มิยาโกชิ”  ที่ปรึกษาเชี่ยวชาญพิเศษด้านเทคนิคการปลูกข้าว จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นแนวทางให้ชาวนาไทยทำนาข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

          สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม และมีการปลูกข้าวมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ภาพรวมของการปลูกข้าวในประเทศไทยยังผลิตที่ต่ำฉะนั้นถึงเวลที่จะต้องมีการปรับการปลูกข้าวให้ทันกับการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยสมัย เพื่อให้การทำนาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำนาแบบปราณีและแม่นยำ  โดยเฉพาะรจัดทำ”ปฏิทินเพาะปลูกข้าว”ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นองค์ในการปลูกข้าวที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำ ที่เกษตรกรในประเทศญี่ปุ่นได้ดำเนินการมาและประสบผลสำเร็จได้อย่างดียิ่ง

            บริษัท สยามคูโบต้าในฐานะเป็นผู้นำเทคโนโลยี่เครื่องจักรกลการเกษตร เกิดความตั้งใจที่ต้องการส่งเสริมให้ชาวนาไทยหันมาทำเกษตรแบบปราณีตและเกษตรแม่นยำสูงกันมากขึ้น และมองว่าปฏิทินเพาะปลูกข้าวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกรในการตัดสินใจและวางแผนการเพาะปลูกใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมและวิเคราะห์การเจริญเติบโตของข้าวในแต่ละระยะทำให้สามารถวางแผนจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในแต่ละแปลงรวมถึงผลผลิตที่ควรจะได้ในแต่ละสภาพพื้นที่และยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแผนการผลิตในฤดูกาลถัดไปได้อีกด้วย

          ด้วยเหตุนี้ ทางสยามคูโบต้าได้นำปฏิทินการเพาะปลูกหลายๆรูปแบบมาทำการศึกษา พร้อมกับได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ ซึโทมุมิยาโกชิ ที่ปรึกษาเชี่ยวชาญพิเศษด้านเทคนิคการปลูกข้าว จากคูโบต้าประเทศญี่ปุ่น ถึงหลักการในการทำปฏิทินเพาะปลูกข้าวของประเทศญี่ปุ่นจึงได้นำหลักการนั้นมาศึกษา ทดลองและปรับใช้เพื่อให้เหมาะสมกับพันธุ์ข้าว และสภาพแวดล้อมของประเทศไทยพร้อมทั้งนำองค์ความรู้จาก “KUBOTA (Agri) Solutions”เกษตรครบวงจร นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และนวัตกรรมการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ เข้ามารวบรวมด้วย เพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนเพิ่มปริมาณผลผลิต และรายได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

           สำหรับขั้นตอนในการทำงานของปฏิทินเพาะปลูกข้าวของประเทศญี่ปุ่นจะประกอบด้วยข้อมูลหลักๆ คือ กำหนดเป้าหมายของข้อมูลผลผลิตจากนั้นทำการเก็บข้อมูล ปรับปรุงวิธีการ และทดสอบซ้ำจนได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและสามารถเผยแพร่ให้กับเกษตรกรทั่วไปสามารถใช้ได้ซึ่งขั้นตอนในการจัดทำปฏิทินเพาะปลูกข้าว

          ส่วนประเทศไทยนั้นมีขั้นตอนหลักๆอยู่ 5 ขั้นตอน โดยบริษัทฯได้เริ่มต้นจากศึกษาข้อมูลทำการวิเคราะห์พื้นที่ที่จะทำการทดสอบปฏิทินปลูกข้าวจริงและทำการเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงทุกขั้นตอนนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผล และสุดท้ายนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาจัดทำเป็นปฏิทินเพาะปลูกข้าวโดยจะพิจารณาจากองค์ประกอบและศักยภาพผลผลิตของข้าวแต่ละพันธุ์ เช่นตัวอย่าง ต้องการให้ได้ข้าว 1 ตันจะต้องวางแผนย้อนกลับไปว่าจะต้องมีองค์ประกอบผลผลิตที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง แล้วสามารถทำได้ตามมาตรฐานหรือไม่ถ้าไม่ได้จะทำการย้อนกลับไปดูว่ามีการผิดพลาดตรงจุดไหนเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงแปลงในฤดูถัดไป

          ปฏิทินการเพาะปลูกที่สยามคูโบต้าจัดทำขึ้น ประกอบด้วยข้อมูล 2 หน้าหน้าแรกเป็นคำแนะนำสำหรับการทำนาหยอดแห้งสำหรับพื้นที่อาศัยน้ำฝน โดยมีพันธุ์ข้าวแนะนำ คือ ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105และหน้าที่สองเป็นคำแนะนำสำหรับการทำนาดำสำหรับพื้นที่ชลประทานโดยมีพันธุ์ข้าวแนะนำ คือ ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงอายุ 120 วันซึ่งแต่ละหน้าของปฏิทินจะมีองค์ประกอบ 6 ส่วน คือ

          1.พื้นที่แนะนำสำหรับปฏิทินเพาะปลูกชุดนี้ 2. พันธุ์ข้าว 3.ช่วงเวลาการเพาะปลูก 4.ค่ามาตรฐานของการเจริญเติบโตในแต่ละระยะ 5.ระยะการเจริญเติบโตของข้าว และ 6. การปฏิบัติในแปลงและจุดควบคุมโดยรายละเอียดในปฏิทินเพาะปลูกข้าวจะมีการอธิบายถึงวิธีการทำนาในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดวันเพาะปลูก การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ยการจัดการน้ำ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวมทั้งการประเมินผลในแต่ละขั้นตอนและตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมของข้าวในแต่ละระยะ

         “ปฏิทินเพาะปลูกข้าวฉบับนี้ เป็นฉบับแรกที่สยามคูโบต้าได้จัดทำขึ้นมีความโดดเด่นคือ ค่ามาตรฐานของการเจริญเติบโตในแต่ละระยะซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถวัดผลการเจริญเติบโตของต้นข้าว เพื่อปรับการดูแลรักษาต้นข้าวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้รวมถึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของการเจริญเติบโตเช่น การงอก ออกรวง เก็บเกี่ยว โดยในอนาคตบริษัทฯจะทำการวิจัยและพัฒนาปฏิทินเพาะปลูกข้าวที่เหมาะสมกับพันธุ์ข้าวที่แนะนำในแต่ละพื้นที่และยังคงพัฒนาและปรับปรุงข้อมูลปฏิทินเพาะปลูกข้าวตัวปัจจุบันให้มีความเหมาะสมกับประเทศไทยมากขึ้นอย่างน้อย 2-3 ปีและยังมีเป้าหมายที่จะขยายผลไปยังพื้นที่หรือพันธุ์ใหม่ๆคู่ขนานกันไป “สมศักดิ์ กล่าว

         ส่วนด้านการส่งเสริมนั้น เขา บอกว่า สยามคูโบต้ามีเครือข่ายเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆในหลายภูมิภาค โดยจะนำไปทดลองใช้และพัฒนาต่อในพื้นที่นั้นๆเพื่อให้ได้ปฏิทินเพาะปลูกข้าวที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ต่อไป หากเกษตรกรหรือมีผู้สนใจ สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.kubotasolutions.com

            ด้าน กมลรัตน์  วินิจสกุลไทย เจ้าหน้าที่วิจัยและพัฒนานวัตกรรม บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกว่า ที่จริงปฏิทินเพาะปลูกข้าวมีมานานแล้วในต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นแม่บทในการวางแผนการปลูกข้าวในแต่ละฤดูกาล และในละท้องถิ่นที่มีสภาพภูมิอากาศหรืออุณหภูมิของในแต่ละท้องถิ่นที่ต่างกัน  อย่างที่ประเทศอินเดียก็มีการนำมาใช้เช่นกัน แต่อาจเรียกชื่อที่ต่างกัน แต่เนื้อหาโดยหลักคือมีการวางแผนในการปลูกข้าวและวิเคาระห์แม้แต่ปริมาณน้ำฝนของแต่ละปีเป็นต้น

            “ตอนนี้เราได้ทำการทดลองนำปฏิทินเพาะปลูกข้าวไปใช้บ้างแล้วค่ะ กับแปลงปลูกข้าวหอมมะลิ 105  พบว่าจากเดิมที่เกษตรกรในพื้นที่ปลูกแบบทั่วไป จะได้ผลผลิตไร่ละราว 400 กก. ผลจากการทดลองนำปฏิทินเพาะปลูกข้าวมาใช้รุ่นแรก พบว่า ความแตกต่างที่ชัดเจนคือได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นไร่ละ 480 กก.หรือ 24%” กมลรัตน์ กล่าว

          นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำหรับชาวนาไทย ที่เป็นแนวในการที่จะให้การเพาะปลูกข้าวแบบปราณีต และมีความแม่นยำ ทั้งลดต้นทนการลผลิต มีผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ