“สุวิทย์”โต้”ไบโอไทย”โจมตีแก้ไขเนื้อหาร่างก.ม.คุ้มครองพันธุ์พืช

  •  
  •  
  •  
  •  

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร แจงพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่เอื้อเอกชนรายใหญ่ผูดขาด ระบุเกษตรกรที่ซื้อเมล็ดพันธุ์จากเอกชน สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผลิตเป็นสินค้าเกษตรขายได้ แต่ห้ามทำผลผลิตเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์มาขาย ยันทำให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกรมากที่สุด

เดลินิวส์ รายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ต.ค.นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวกรณีมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย โจมตีกรมวิชาการเกษตรว่าใช้ช่วงโอกาสพระราชพิธีเปิดรับความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ทั้งมีการแก้ไขเนื้อหาเอื้อประโยชน์ให้บรรษัทเมล็ดพันธุ์รายใหญ่เพิ่มการผูกขาดเมล็ดพันธุ์พืชและเปิดช่องให้ลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาพันธุ์ไว้ปลูกต่อไปว่า ไม่เป็นความจริงซึ่งตัวกฎหมายร่างกฎหมายนี้ มีหลายหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดูแลในเรื่องพื้นฐานให้เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวมและเกษตรกรอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์พืช ที่เกษตรกรซื้อหาจากเอกชนมาเพาะปลูก สามารถเก็บไว้ไปปลูกรุ่นต่อๆไปได้เป็นสินค้าเกษตร โดยที่ไม่เอาไปทำเป็นเมล็ดพันธุ์มาจำหน่าย ตราบใดเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกผลิตสินค้าเกษตรรุ่นต่อไปทำได้ แต่ได้สงวนไว้ถ้าเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ขายต่อหรือไปนำทำเมล็ดพันธุ์เพื่อขายนั้น ทำไม่ได้ ซึ่งยืนยันว่าการร่างกฎหมายใดๆก็ตาม จะไปเข้าข้างใครไม่ได้ แม้ว่ามีมาตรใดที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร หน่วยงานอื่นๆก็ปล่อยผ่านไปไม่ได้

“กรมได้ทำเรื่องตามขั้นตอนปกติ เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเดือนเม.ย. พ.ค. รับฟังสองครั้ง สุดท้ายมาเสนอเรื่องตามขั้นตอนปกติ รับฟังความคิดเห็น เพิ่มจากเว็ปไซต์จะจบวันที่ 20 ต.ค. นำมาสรุปให้ รมว.เกษตรฯ คาดว่าช่วงต้นเดือนพ.ย.ไปเข้าครม.เห็นชอบ หลักการ ส่งเข้าคณะกรรมการกฤษฎีกา ทางกรมไปตอบข้อซักถาม เสนอแก้ไข ก่อนไปเข้าสนช. ในส่วนที่กล่าวอ้างว่ากรมใช้ช่วงพระราชพิธี เปิดรับฟังความคิดเห็นนั้น ว่าไม่เกี่ยวกันเพราะสำนักงานกฤษฎีกาก็เปิดรับฟัง เป็นปกติ ในกฎหมายหลายฉบับช่วงนี้ด้วย”นายสุวิทย์ กล่าวและว่าทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืช3 ระบบ ประกอบด้วย ระบบการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นการคุ้มครองเชิงทรัพย์สินทางปัญญา ให้สิทธิกับนักปรับปรุงพันธุ์พืช  ระบบการจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ให้สิทธิความเป็นเจ้าของกับชุมชน  และระบบการแจ้งและอนุญาตให้ใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป่า เพื่อการศึกษา ทดลอง วิจัย และปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งเป็นการคุ้มครองเชิงอนุรักษ์  รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุ์พืชอย่างยั่งยืน.

 ที่มาและอ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/602962