“ชุติมา”ลุยแปลงนำร่องปลูกข้าวพันธุ์ กข43

  •  
  •  
  •  
  •  

 “ชุติมา” ลุยลงแปลงนำร่องปลูกข้าวพันธุ์ กข43 ตามโครงการทำนาคุณภาพแบบประณีต และประหยัดต้นทุนที่อยุธยา  พร้อมร่วมเกี่ยวข้าวด้วยเคียว และปล่อยรถเกี่ยวข้าวเพื่อดำเนินการเก็บเกี่ยวข้าว ขณะที่รองอธิบดีกรมการข้าว ระบุฤดูนาปรัง ปี 2561เตรียมผลิต กข43 พันธุ์คัด 4 ตัน พันธุ์หลัก 25 ตัน พันธุ์ขยาย 100 ตัน และพันธุ์จำหน่าย 3,500 ตัน

          นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการทำนาคุณภาพแบบประณีต และประหยัดต้นทุน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยร่วมเกี่ยวข้าวด้วยเคียว และปล่อยรถเกี่ยวข้าวเพื่อดำเนินการเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่แห่งนี้จำนวน 15 ไร่ ณ ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาชาวนาทำนาแล้วต้องประสพภาวะขาดทุน ได้ข้าวคุณภาพต่ำ พบปัญหาวัชพืช ข้าวพันธุ์ปน โรคและแมลงศัตรูข้าว นก  และหนู อีกทั้งผลผลิตยังจำหน่ายได้ในราคาต่ำ ทำให้ต้องเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเรื่อยมา ดังนั้น จึงมีโครงการจัดทำแปลงเรียนรู้การทำนาคุณภาพแบบประณีตและประหยัดต้นทุน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นำร่องปลูกข้าวคุณภาพแบบประณีตและลดต้นทุน

          โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข43 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวรับรองของกรมการข้าวและมีงานวิจัยรองรับว่าเป็นข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ และเป็นพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกจากการผสมข้าวพันธุ์ลูกผสมเดี่ยวระหว่างพันธุ์ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี (พันธุ์แม่) กับพันธุ์สุพรรณบุรี 1 (พันธุ์พ่อ) ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี ในฤดูนาปรังพ.ศ. 2542  คัดเลือกได้สายพันธุ์ SPR99007-22-1-2-2-1 ปลูกทดสอบผลผลิตในศูนย์วิจัยข้าวและนาเกษตรกรตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2551 คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์กรมการข้าว พิจารณารับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2552 ใช้ชื่อว่า “กข43”  

          ด้านนายสุวัฒน์ เจียระคงมั่น รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้าวพันธุ์ กข43 มีลักษณะเด่นที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้น 95 วันปลูก โดยวิธีหว่านน้ำตม คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทานดี ข้าวสุกนุ่ม เหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ต้านทานปานกลางต่อโรคใบไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำปลูกควรเป็นพื้นที่นาชลประทาน พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และเกษตรกรมีช่วงเวลาในการทำนาน้อยกว่าพื้นที่ปลูกข้าวอื่น ๆ และ/หรือพื้นที่ที่มีปัญหาข้าววัชพืชระบาด 

         อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เมล็ดพันธุ์ข้าว กข43 ยังมีปริมาณน้อย กรมการข้าวจึงได้กำหนดแผนการผลิตและการตลาดข้าวพันธุ์ กข43 (ปี 2560 – 2561) เพื่อให้การผลิตที่ออกสู่ตลาดเป็นข้าวพันธุ์ กข43 อย่างแท้จริงตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้ ฤดูนาปี 2560 (พ.ค. – พ.ย.60) ผลิตพันธุ์คัด 4 ตัน พันธุ์หลัก 25 ตัน พันธุ์ขยาย 100 ตัน ฤดูนาปรัง ปี 2561 (ธ.ค. 60 – เม.ย. 61) ผลิตพันธุ์คัด 4 ตัน พันธุ์หลัก 25 ตัน พันธุ์ขยาย 100 ตัน และพันธุ์จำหน่าย 3,500 ตัน

         ผลผลิตข้าวสาร ฤดูนาปี 20 ตัน และฤดูนาปรัง 700 ตัน มีระบบ QR trace เพื่อให้การตรวจสอบย้อนกลับ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์ มี 2 ส่วน คือ ใช้รหัส QR ในการรับรอง GAP (ระดับแปลง) เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์คัด/หลัก เมล็ดพันธุ์ขยาย และแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์/แปลงผลิตข้าว และใช้รหัส QR ในการรับรอง GMP (ระดับผู้ประกอบการโรงสี ผลิตภัณฑ์) เริ่มตั้งแต่สถานที่เก็บรักษาข้าว โรงสีข้าว และผลิตภัณฑ์เป็นต้น