แปลงข้าวอินทรีย์คาดได้เงินทั่วไทยกันยาฯนี้

  •  
  •  
  •  
  •  

เริ่มแล้เว ตรวจแปลงข้าวอินทรีย์ ประเดิมที่ จ.นครพนม บรรยากาศคึกคัก ก่อนที่จะเร่งดำเนินการต่อรวม 54 จังหวัดคาด เกษตรได้เงินภายในกันยายน นี้

          นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 มีเกษตรกรร่วมโครงการนาอินทรีย์ทั่วประเทศรวม 1,242 กลุ่ม เกษตรกร 28,479 ราย พื้นที่ 308,103.98 ไร่ ใน 54 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง พะเยา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ฉะเชิงเทรา หนองคาย บุรีรัมย์ ยโสธร มหาสารคาม สุรินทร์ ขอนแก่น อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม ศรีสะเกษ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี สตูล ปัตตานี นราธิวาส พัทลุง พังงา ยะลา สงขลา และนครศรีธรรมราช

          ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าวได้ส่งทีมผู้ตรวจประเมิน ประกอบด้วย ข้าราชการกรมการข้าวทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 1 – 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อตรวจแปลงที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องในการตรวจรับรองแปลง เนื่องจากเล็งเห็นว่าเกษตรกรที่จังหวัดนครพนมมีความพร้อมรับการตรวจประเมินทุกราย รวมทั้งหมด 1,132 ราย 47 กลุ่ม พื้นที่ 13,896.14 ไร่ โดยมีหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน 5 ข้อกำหนด ได้แก่ พื้นที่ปลูก แหล่งน้ำ การจัดการดินและปุ๋ย การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว เอกสารสิทธิ์ถือครองที่ดิน การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล ทั้งนี้ ได้มีการทบทวนผลการตรวจประเมิน พบว่า มีเกษตรกรจังหวัดนครพนมผ่านการตรวจพร้อมที่จะเป็นแปลงนาอินทรีย์ รวม 931 ราย 43 กลุ่ม ซึ่งกรมการข้าวจะได้นำผลการตรวจดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุนชาวนา 2,000 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 15 ไร่ โดยคาดว่าจะได้รับเงินภายในเดือนกันยายน 2560 นี้ ส่วนกลุ่มที่ไม่ผ่าน 4 กลุ่ม 201 ราย จะเร่งดำเนินการพร้อมตรวจอีกครั้งในปีหน้า

         สำหรับความพร้อมของเกษตรกรอินทรีย์จังหวัดนครพนมยังพบว่า เกษตรกรมีความตั้งใจ และมีพื้นที่ที่มีความพร้อมจะเป็นนาอินทรีย์ เนื่องจากที่นาเป็นของเกษตรกรเอง มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนใหญ่ใช้น้ำฝนและน้ำบ่อกักเก็บในไร่นา ใช้ปัจจัยการผลิตและผลิตปุ๋ยใช้เองในท้องถิ่นที่เป็นอินทรีย์ รวมทั้งมีการจดบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกนาอินทรีย์ นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีความมั่นใจว่าจะทำข้าวอินทรีย์ได้แน่นอน เพราะเป็นวิถีชีวิตที่ทำอินทรีย์อยู่แล้ว และมีภาครัฐให้การสนับสนุน รวมไปถึงโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย

          อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้กรมการข้าวเดินหน้าเต็มที่ในการเร่งตรวจรับรองพร้อมกันทั่วประเทศให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ได้ผลการตรวจจ่ายเงินพร้อมกันภายในกันยายน และเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวนาอินทรีย์ทั่วประเทศตั้งใจทำข้าวอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จได้