ปลูก”กล้วยหอมทองอินทรีย์”ส่งออก สร้างอาชีพใหม่ให้ชาว อ.โกสุมพิสัย

  •  
  •  
  •  
  •  

 “กล้วยหอมทองที่ผลิตในประเทศไทยมีรสชาติหอมหวาน เปลือกบาง เนื้อไม่เหนียว จึงเป็นโอกาสดีที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีพื้นที่เหมาะสมทำการเพาะปลูกโดยผลักดันให้เป็นการปลูกแบบอินทรีย์ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าและปลอดภัยกับผู้บริโภคด้วย”

     หลังจากที่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประสบมีปัญหาผลผลิตพืชเศรษฐกิจทั้ง  อ้อย มันสำปะหลัง ในฤดูการผลิตปี 2559/2560 มีราคาตกต่ำ ทำให้สภาพเกษตรกร เบนทิศทางใหม่ ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ และตลาดต้องการ   ล่าสุดส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ปลูกกล้วยหอมทองอินทรีย์เพื่อการส่งออก  หลังพบตลาดต่างประเทศต้องการสูง ทั้ง ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ และโคลัมเบีย   เพราะกล้วยหอมทองไทยมีรสชาติหอมหวาน เปลือกบาง เนื้อไม่เหนียว

      ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสภาเกษตรกรฯได้ขับเคลื่อน โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการปลูกกล้วยหอมทองอินทรีย์เพื่อการส่งออกล่าสุด ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคามระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยที่มาของโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการปลูกกล้วยหอมทองอินทรีย์เพื่อการส่งออกนั้น    เนื่องจากทางสภาเกษตรฯมีองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสภาฯมีปัญหาเรื่องการปลูกผลผลิตและประสบปัญหาพืชผลทางการเกษตร เช่น  อ้อย มันสำปะหลัง ปี 2559/2560 มีราคาตกต่ำ จึงมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพื้นที่อ.โกสุมพิสัย เป็นพื้นที่เหมาะสมมีแหล่งน้ำคือลำน้ำชี และยังมีทางน้ำเข้ามาอีกประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ดอนและพื้นที่สูงไม่สามารถปลูกข้าวได้

       เมื่อทำการทดสอบแร่ธาตุของดินในพื้นที่เพาะปลูกเห็นว่าเหมาะกับพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศสูงเช่นญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ และโคลัมเบียนั่นคือ “กล้วยหอทอง”     เนื่องจากกล้วยหอมทองที่ผลิตในประเทศไทย มีรสชาติหอมหวาน เปลือกบาง เนื้อไม่เหนียว จึงเป็นโอกาสดีที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีพื้นที่เหมาะสมทำการเพาะปลูกโดยผลักดันให้เป็นการปลูกแบบอินทรีย์ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าและปลอดภัยกับผู้บริโภคด้วย  โดยสภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคามจัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรตามนโยบายการตลาดนำการผลิต

      โดยมีเกษตรกรรวมกลุ่มจำนวน 122 ครัวเรือน พื้นที่ 1,011 ไร่  ทยอยปลูกไปบ้างแล้วประมาณ 30,000 ต้นในพื้นที่ 5 ตำบล คือ  ตำบลหัวขวาง หนองบอน แก้งแก หนองกุงสวรรค์ และยางน้อย  ปัญหาที่พบจะเป็นเรื่องของระบบน้ำที่จะนำน้ำจากลำน้ำชีมาใช้ในระบบท่อหรือลำไส้ไก่โดยชลประทานให้การสนับสนุน  ให้ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์โครงการทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด  การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม เทคนิคการปลูก เป็นต้น

     ทั้งนี้ด้วยพื้นที่ในการปลูกกล้วยหอมทอง อินทรีย์นั้นระหว่างต้นยังมีพื้นที่ว่างพอให้แซมพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่สามารถจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้นได้  หากพื้นที่ที่นำร่องอยู่แซมด้วยพืชชนิดอื่น   และเกษตรกรมีความพร้อมในเรื่องของพื้นที่ปลูกแซม สภาเกษตรกรฯก็ยินดีสนับสนุนต่อไป

     นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรในพื้น ที่ อ.โกสุมพิสัย เนื่องจากกล้วยหอมทองนั้นยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ    โดยเฉพาะในประเทศไทยเองทางห้างโมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อยังต้องการกล้วยหอมทองคุณภาพอีกจำนวนมาก

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ