ย้อนตำนานขนุน”ทองประเสริฐ ไม้ผลเงินล้านที่ระยอง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …ดลมนัส  กาเจ

 

    “หากย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ ยงยุทธ วงษ์จิราษฎร์ เกษตรกรวัย 66 ปี    ยังหนุ่มแน่น เขาและเพื่อน ได้ล่องใต้ไปถึงสุดใต้แดนสยาม อ.เบตง จ.ยะลา ได้ขนุนมา 1 ผล  ไม่ทราบเป็นพันธุ์อะไรเห็นเพียงว่าผลมีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน อร่อย  จึงนำเมล็ดไปเพาะที่บ้านยางงาม  ต.กระแส  อ.แกลง จ.ระยอง   ตั้งชื่อใหม่”ขนุนทองประเสริฐ” จนโด่งดังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยฉพาะจีน   และเวียดนาม ล่าสุดลูกสาว “ทัศนีย์ วงษ์จิราษฎร์” เกษตรกรสาวใหญ่วัย 48 ปี   สานต่อกิจการปลูกขนุนส่งออก และขายกิ่งสร้างรายได้ปีละหลายล้านบาท”

จากการบอกเล่าของ ยงยุทธ บอกว่า หลังจากที่ได้ผลขนุนจาก อ.เบตง     แล้วเพาะขยายพันธุ์ต่อด้วยเมล็ดประ มาณ 30 เมล็ด และนำมาปลูก   ที่บ้านยางงาม ต.กระแส อ.แกลง จ.ระยอง พบว่า มี 1ต้น ที่มีลักษณะที่โดดเด่นคือผลจะมีลักษณะค่อนข้างกลม น้ำหนักโดยเฉลี่ย 10-15 กก. ผิวเปลือกสีเขียวเข้ม เปลือกหนาปานกลาง  เนื้อรวงสีเหลืองราวกับสีทอง ยวงหนา  รสชาติหวานกลมกล่อม อร่อย        จึงขยายพันธุ์ด้วยการทาบกิ่งและตั้งชื่อ ”ขนุนทองประเสริฐ” จนโด่งดังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยฉพาะจีนและเวียดนาม

ที่สำคัญเมื่อตัดจากต้นแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน    แม้จะมีข้อเสียเปรียบพันธุ์อื่นอยู่บ้างตรงที่เกิดเนื้อสนิมได้ง่ายกว่าพันธุ์อื่นหากเจอฝนตกชุก มากๆ ใครที่ได้ชิมขนุนพันธุ์นี้ต่างก็ติดใจในความอร่อย วันนี้ ยงยุทธ มีอายุมากแล้ว ทัศนีย์ จึงดำเนินการต่อ

ทัศนีย์ บอกว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 2 คนพี่ชายมีอาชีพเป็นวิศกรอยู่ในกรุงเทพฯ เธอจึงมาอยู่กับบ้าน หลังจากเรียนจบด้านคหกรรมศาตร์  ไปทำงาน  ด้านการท่องเที่ยวได้ระยะหนึ่งจึงกลับมายึดอาชีพด้านการเกษตร ทำสวนผสมผสาน  เน้นปลูกขนุนทองประเสริฐเป็นหลัก  นำผลผลิตป้อนพ่อค้าส่งออก    และขยายกิ่งขายสร้างรายได้ตกปีละหลักสิบล้านบาท

“ตอนเรียนจบใหม่ๆฉัน ไปทำงานด้านท่องเที่ยวและห้องพักที่ จ.ระยอง ได้กว่า 5 ปี    เห็นว่าคุณพ่ออายุเริ่มมากขึ้น พี่ชายจบด้านวิศวกรรมศา สตร์ ไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯไม่มีใครอยู่กับบ้าน   เพราะเรามีแค่สองพึ่น้องเอง  ฉันตัดสินใจมายึดอาชีพการเกษตร เพราะเห็นอยู่ว่ามีรายได้ดี ทำเป็นสวนผสมผสาน   เน้นขนุนทองประเสริฐเพราะคุณพ่อเป็นเจ้าของพันธุ์ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีสละบ้าง ลองกอง มังคุดทุเรียน    ในจำนวนนื้ขนุนสร้างรายได้มากที่สุดทั้งผลผลิตที่ทางล้งผู้ส่งออกรับซื้อ เพื่อส่งไปยังจีนและเวียดนาม       และขยายกิ่งด้วยการทาบกิ่งขายให้เกษตรกร  ทำให้มีรายได้ตกเดือนละหลายพันกิ่งในราคากิ่งละตั้ง 45 บาทจนถึงหลักร้อยบาท  ขึ้นอยู่กับขนาด” ทัศนีย์ กล่าวและบอกว่า ปัจจุบันและอนาคต เธอ ยืนยันว่า ขนุนเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต    เพราะตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม

สำหรับวิธีทาบกิ่ง  เธอ บอกว่าง่ายมากเริ่มจากนำเมล็ดขนุนไปเพาะในถุงดำ  เพื่อเป็นต้นต่อพันธุ์ จนลำต้นสูงราว 40-50 ซม.   จากนั้นเลือกกิ่งสมบูรณ์จากแม่พันธุ์ เมื่อได้แล้ว ใช้มีดคมปาดต้นต่อพันธุ์สูงจากโคนต้นราว 10-15 ซม.เป็นปลายแหลมเฉียง

นำมีดปาดกิ่งจากแม่พันธุ์เป็นรูปเสี้ยว กินเนื้อไม้เล็กน้อย มาประกบกัน  ใช้เชือกมัดถุงดินที่เพาะต้นพันธุ์ แขวนไว้เพื่อรับน้ำหนัก    จากนั้นใช้พลาสติกยืด หรือเทปสำหรับทาบไม้มัดให้แน่นจนมิดรอยปาดทั้งสองฝั่ง

หลังจากเวลาผ่านไป 45 วันให้คว้านเปลือกกิ่งพันธุ์ด้านล่าง    เพื่อเตือนให้กิ่งพันธุ์ไปกินธาตุอาหารในถุงต้นตอ ปล่อยอีก 10 วัน สามารถตัดไปอนุบาลก่อนส่งให้ลูกค้า   เพื่อนำไปปลูกต่อไปโดยพื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถปลูกได้ 35-45 ต้น     จะตัดลูกให้เหลือเพียง ต้นละไม่เกิน 15 ผลต่อปี เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิต    โดยแต่ละปีจะสามารถผลิตผลขนุนตกปีละ10 ตัน   ในราคาเฉลี่ยตลอดทั้งปี กก.ละ 25 บาท บางฤดูกาลอาจสูงถึง กก.ละ 35 บาท บางฤดูกาลอาจต่ำลงเหลือ 18 บาท แต่กระนั้นถ้าขนุน โดยเฉลี่ยกิโลกรัมละที่ 20 บาท เกษตรกรสามารถอยู่ได้ เพราะขนุนปลูกง่าย ไม่ค่อยมีโรคระบาดเหมือนไม้ผลชนิดอื่น

ขนุนทองประเสริฐนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เพราะตลาดต่างประเทศยังต้องการสูง    สนใจรายละเอียด เรียนวิธิปลูก  วิธีทาบกิ่ง ทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย  จัดโครงการเกษตรสัญจร เรียนรู้ด้านการเกษตร พร้อมกับอิ่มไม่อั้นผลไม้สดๆจากต้น      ตามฤดูกาลโดยเฉพาะทุเรียนหลายๆ สายพันธุ์ที่ ระยอง –จันทบุรี ระหว่างวันที่ 3-4 มิถุนายน 2560 นี้สอบถามได้ที่โทร 02-940-5426 และ 08-6340-1713 รับจำนวนจำกัด

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ