ปลูกปอเทือง ลดรายจ่ายซื้อปุ๋ยยูเรีย

  •  
  •  
  •  
  •  

 

สำนักงานเกษตรอำเภอศีขรภูมิ จังหวัด สุรินทร์ แนะนำเกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกปอเทืองเพื่อบำรุงดิน เผยพื้นที่ปลูก 1 ไร่ เมื่อทำการไถกลบแล้วจะได้ปุ๋ยให้กับพื้นที่เท่า  กับปุ๋ยยูเรียมากถึง 15 กิโลกรัม

    โดยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นมีนาคม แนะนำให้เกษตรกรลงมือหว่านปอเทือง ใช้เมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัมต่อพื้นที่ไร่ หลังเกี่ยวข้าวแล้ว จากนั้นช่วงเดือนพฤษภาคมทำการไถกลบปอเทือง และไถดะรอบแรกในการทำนา ซึ่งที่นาจะได้ปุ๋ยพืชสดบำรุงทุ่งนา   ยังคุ้มค่า โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยยูเรียมาบำรุงต้นข้าวช่วงข้าวเริ่มแตกกอ

    สำหรับปุ๋ยเคมีมาตรฐาน  ยูเรีย ในท้องตลาดทั่วไปจะจำหน่ายเป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ที่ประกอบด้วยธาตุอาหารไนโตรเจน 46%  ที่พืชสามารถดูดซึมไนโตรเจน  โดยทางรากและทางใบ ยูเรียจะมีคุณสมบัติเด่นคือละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดซึมไนโตรเจนไปใช้ได้ ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตและมี ใบเขียว

    ถือเป็นแม่ปุ๋ยที่ให้แร่ธาตุอาหารหลักไนโตรเจน ซึ่งพืชทุกชนิดมีความต้องการในปริมาณที่สูง โดยทั่วไปไนโตรเจนเป็นแร่ธาตุอาหารในดินที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช จึงมีความจำเป็นต้องใส่เพิ่มในทุกปีที่ทำการเพาะปลูก เพื่อให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม ได้ผลผลิตที่ดี โดยปุ๋ยยูเรียจะช่วยทำให้พืชมีใบสีเขียว มีส่วนในการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชเจริญเติบโตมีความสูง ใบเจริญงอกงามมีขนาดใหญ่ ใบดกหนา ใบสีเขียวเข้ม และช่วยเพิ่มโปรตีนในผลผลิต แต่ผลข้างเคียงที่ตามมาก็คือ นาข้าวในบางพื้นที่ที่มีการเติมปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป ซึ่งเกิดสะสมขึ้นทุก ๆ รอบการทำนา จึงเป็นที่มาทำให้เกิดโรคเพลี้ยระบาดในนาข้าวและต้นข้าวล้ม

    และในการปลูกข้าวนาปีเกษตรกรจะนิยมใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ในอัตราไร่ละ 5-10 กิโลกรัม ด้วยการหว่านทั่วแปลงก่อนข้าวออก ดอก 30 วัน ส่วนข้าวนาปรังจะนิยมใส่ไร่ละ   10-15 กิโลกรัมหลังปักดำข้าว 35-45 วัน ซึ่งการปลูกปอเทืองหลังเกี่ยวข้าวแล้วนั้นแล้วไถกลบช่วงเตรียมที่   นา จะช่วยให้เกษตรกรประหยัดงบประมาณด้านต้นทุนได้มาก  ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงต่อต้นข้าวและสภาพของดิน
สำหรับปอ เทือง เป็นพืชตระกูลถั่ว ลักษณะเป็นไม้  พุ่มความสูง 100–300 เซนติเมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม ดอกสีเหลือง ฝักเป็นรูปทรงกระบอก เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้ำตาล ความยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร มี 10-20 เมล็ดต่อฝัก

     การปลูกเริ่มจากหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เมล็ดปอเทืองหว่านตามร่องรถเกี่ยวข้าว หรือกระจายฟางข้าวให้ทั่วแปลง ถ้ามีการคราดกลบก็จะช่วยให้งอกได้สม่ำเสมอและ เจริญเติบโตดี หลัง การหว่านเมล็ดพันธุ์ประมาณ 3–5 วัน ปอเทืองจะงอกโดยอาศัยความชื้นที่มีอยู่ในดิน ไม่ต้องให้น้ำ เมื่ออายุ 50–60 วัน ดอกเริ่มบานจากข้างล่างก่อน หลังดอกร่วงโรยจะติด ฝักจากข้างล่างก่อนเช่นเดียวกัน ฝักจะแก่เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 120–130 วัน หากเกษตรกรต้องการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ปลูกในฤดูการปลูกข้าวปีต่อไปก็ให้ใช้เคียวเกี่ยวผึ่งแดดไว้ 3–4 แดด นำมาใส่กระสอบแล้วทุบให้ฝักแตก หรือนำมากองบนผ้าใบ บนตาข่าย บนลานแล้วใช้รถย่ำในบริเวณแปลงนาได้เลย

     ผลผลิตจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-120 กิโลกรัม  ต่อไร่ หากนำไปขายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม.

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์