ต้องเปลี่ยนวิธีคิดการใช้ปุ๋ยใหม่ (จบ)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          สำหรับวิธีการดำเนินงานของนักวิจัยกลุ่มที่ได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาของชาวบ้านที่ปลูกข้าวโพด มีต้นทุนการผลิตสูงมาก ที่เกิดจากค่าปุ๋ยเคมี ทาง ดร. ธนูชัย กองแก้ว ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยนั้นขั้นแรกของการทำงานก็คือการทำความเข้าใจกับชาวบ้านก่อน โดยเชิญเกษตรกรมาหารือด้วยกันถึง 3 ครั้ง กว่าจะลงตัวและเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจ โดยเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมมาจากหลายตำบลของ อ.นครไทย เช่น ต.ห้วยเฮี้ย ต.นาบัว ต.เนินเพิ่ม ต.บ่อโพธิ์ และตำบลใกล้เคียงร่วมประชุมร่วมกัน

          ในที่สุดได้เกษตรกรทั้งหมด 84 รายเข้าร่วมโครงการ สิ่งแรกที่ได้คือรับการให้บริการตรวจสอบชุดดิน ตรวจสอบธาตุอาหารพืชในดินและได้รับการสนับสนุนค่าปุ๋ยเคมีในอัตราตามค่าวิเคราะห์ดิน  ส่วนเกษตรกรต้องดูแลรักษาแปลงสาธิตและทำการเก็บข้อมูลต่างๆ ตามที่นักวิจัยมอบหมาย

         ก่อนอื่น ชาวบ้านต้องทำความรู้จักดินของตนเองก่อน ทางนักวิจัยจึงได้จัดบรรยายและฝึกฝนจากของจริงในการเก็บตัวอย่างดินและตรวจสอบชุดดิน โดยสอนหลักการและลงมือปฏิบัติจริง ในที่สุดชาวบ้านก็เรียนรู้ว่าชุดดินของตนเองคืออะไร และได้เรียนรู้วิธีการวิเคราะห์ดินของตัวเองเป็น

         เมื่อรู้ชุดดินแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหาร NPK ในดินโดยใช้ชุดตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารในดินอย่างง่ายที่ ดร. ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ได้พัฒนาขึ้นมา

         ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ หลายคนนึกว่าจะให้ชาวบ้านใช้ชุดตรวจสอบดังกล่าวในการวิเคราะห์ดินคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว ชุดตรวจสอบดังกล่าวใช้ง่ายมากและรวดเร็ว ชาวบ้านสามารถเรียนรู้และใช้เองได้อย่างสบาย เพราะว่าผลจากการวิเคราะห์ดังกล่าวจะบอกได้เป็นระดับว่าดินของตนเองนั้นมีเนื้อปุ๋ย สูง กลาง ต่ำ หรือต่ำมาก ไม่ได้บอกออกมาเป็นตัวเลข จึงเข้าใจได้ง่ายกว่า

          พอได้รู้ว่าดินของตนเองมีค่าธาตุอาหารมากน้อยเพียงใดแล้ว ก็มาถึงขั้นของการให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าที่วิเคราะห์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวิเคราะห์ดินได้ เอ็น-พี-เค เท่ากับ ต่ำมาก-สูง-ต่ำ จะแนะนำให้ใช้ปุ๋ยเคมีในรูป N-P2O5-K2O เท่ากับ 14-12-2 กิโลกรัมต่อไร่

         คราวนี้การที่จะให้ได้เนื้อปุ๋ยตามต้องการ ก็ต้องทำการผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยหรือจากปุ๋ยที่ใช้กันอยู่ทั่วไปให้ได้สัดส่วนตามที่ต้องการ อย่างเช่น ถ้าต้องการเนื้อปุ๋ยเอ็น-พี-เค เท่ากับ 14-12-2 กิโลกรัมต่อไร่ ก็ต้องดูว่าแม่ปุ๋ยที่จะใช้คืออะไร เช่นอาจใช้ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 18-46-0 เป็นฐาน แล้วเสริมตัวหน้าหรือไนโตรเจนด้วยปุ๋ยยูเรียหรือ 46-0-0 แล้วปรับแต่งตัวหลังหรือโพแทสเซียมด้วยปุ๋ยสูตร 0-0-60

          ตามหลักการนี้สามารถเทียบกับตารางที่ทางนักวิจัยได้สร้างขึ้นมาให้ใช้ได้ง่าย ก็จะบอกได้ว่าจะต้องใช้ปุ๋ยอะไรในปริมาณเท่าใด จึงจะได้ครบสูตรตามที่ต้องการ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ง่ายมากเช่นกันโดยชาวบ้านไม่ต้องมาคำนวณเองให้ยุ่งยาก

        เมื่อได้สูตรแล้ว การที่จะผสมปุ๋ยก็ทำได้ในขั้นตอนต่อไปอย่างง่าย ๆ คือการใช้เครื่องผสมปุ๋ย ซึ่งอาจใช้เครื่องผสมปูนมาใช้แทนในการนี้ได้ การผสมคลุกปุ๋ยแบบนี้ก็เพื่อที่จะได้สะดวกในการใช้หรือหว่านในแปลงโดยไม่ต้องแยกส่วนกันใส่ให้ยุ่งยาก

        ทั้งหมดนี้คือความพยายามของนักวิจัยได้เข้าไปช่วยชาวบ้านในอำเภอนครไทยเพื่อให้ปรับเปลี่ยนการใช้ปุ๋ยโดยเป็นการลดต้นทุน ครับ