ต้องเปลี่ยนวิธีคิดการใช้ปุ๋ยใหม่(1)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย – รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

           เมื่อก่อนเคบมีโอกาสไปเยี่ยมแปลงข้าวโพดของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้นแบบความร่วมมือเพื่อให้เกษตรกรเรียนรู้และสามารถตัดสินใจทางการเกษตรได้ โดยใช้กรณีของเกษตรกรที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่ปลูกข้าวโพดเป็นต้นแบบ

          ที่มาของเรื่องก็คือ แต่เดิมมีโครงการหนึ่งซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาความยากจน โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์เหตุของความยากจนเป็นหลักด้วยการทำบัญชีครัวเรือน

          ข้อมูลที่ได้ก็คือที่บ้านห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทยมีการปลูกข้าวโพดกันมาก และต้นทุนการผลิตต่อไร่สูงถึง 4,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นค่าปุ๋ยเคมี และชาวบ้านก็ได้เรียกร้องให้นักวิชาการเข้าไปช่วยเหลือเรื่องนี้

          จากจุดนั้นเองจึงได้เกิดโครงการต่อเนื่องขึ้นมา เพื่อหาทางลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย โดยอาศัยเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ซึ่งเกิดขึ้นจากผลการวิจัยอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งที่มาของปุ๋ยสั่งตัดนั้น ได้คุยกันแล้วเมื่อที่แล้ว เป็นชื่อที่เรียกกันอย่างนั้นเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

         ผมได้เคยเล่าเรื่อนี้ไปแล้ว แต่ว่าขณะนั้น ยังไม่ได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพียงแต่เห็นด้วยตาว่าข้าวโพดที่ปลูกตามคำแนะนำการปรับเปลี่ยนการใส่ปุ๋ย จะมีฝักใหญ่กว่าการปลูกและการใช้ปุ๋ยแบบเดิมที่เกษตรกรรายเดียวกันนั้นทำอยู่ รวมทั้งตัวเกษตรกรผู้ปลูกเองก็ประเมินอย่างคร่าว ๆ ว่าผลผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมทีเดียว

          ต่อมาข้าวโพดเหล่านั้นได้ถูกเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนักวิชาการร่วมกับเกษตรกรได้เก็บข้อมูลผลผลิตอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมทั้งนำบัญชีค่าใช้จ่ายมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันนี้ผมจึงอยากนำเรื่องดังกล่าวมาเล่าต่อว่าผลจากการเก็บข้อมูลจริงได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง

          ประการแรกคือเรื่องต้นทุนค่าปุ๋ยของเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ 20 ราย เดิมใช้ปุ๋ยนาข้าวคือ 16-20-0 กับ 46-0-0 ในการปลูกข้าวโพด ผลก็คือได้ไนโตรเจนมากเกินไป ในขณะที่ไม่มีการใส่โพแทสเซียมเลย ต้นทุนค่าปุ๋ยเฉลี่ยต่อไร่คือ 1,518 บาท

          เมื่อได้ปรับเปลี่ยนการใช้ปุ๋ยมาใช้ตามคำแนะนำของนักวิชาการที่ได้จากการวิเคราะห์ดิน แล้วใส่ตามความต้องการของดินในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละแปลง ปรากฎว่าต้นทุนค่าปุ๋ยลดลงเหลือไร่ละ 999 บาทเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถลดการใช้ไนโตรเจนลงได้ แต่ว่ามีการเพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียมเข้าไปประมาณ 9-25 กิโลกรัมต่อไร่ ตามค่าการวิเคราะห์ดิน ซึ่งเฉลี่ยแล้วตกประมาณ 20 กิโลกรัมต่อไร่

          ที่ต้นทุนค่าปุ๋ยลดลงมากกว่า 500 บาทต่อไร่นี้ ก็ถือได้ว่าเป็นส่วนของกำไรที่เพิ่มขึ้นต่อให้ผลผลิตไม่เพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ว่าผลจากการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินนี้ นอกจากจะลดค่าปุ๋ยได้แล้วเพราะว่ามีการใช้ปุ๋ยน้อยลง แต่ผลผลิตกลับเพิ่มขึ้นด้วย

          นั่นคือจากเดิมได้ผลผลิต 950-1,559 กิโลกรัมต่อไร่ ด้วยวิธีการใส่ปุ๋ยแบบเดิม กลายมาเป็น 1,200-1,852 กิโลกรัมต่อไร่ ด้วยการใช้คำแนะนำตามหลักวิชาการหรือที่เรียกว่าปุ๋ยสั่งตัด ปรากฎว่าเกษตรกรที่ร่วมโครงการต่างยิ้มแย้มแจ่มใสไปตาม ๆ กัน และในฤดูปลูกถัดไปก็จะหันมาใช้วิธีการให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินกันทั้งหมด เพราะเห็นแล้วว่าสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง

           อย่างไรก็ตาม กว่าจะได้ผลเช่นนี้ก็ มีขั้นตอนดำเนินการมากมาย ทั้งวิธีคิดและการปฏิบัติ ดังนั้น คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่ามีวิธีการอย่างไร จึงทำให้เกิดผลสำเร็จได้เช่นนี้ครับ