กว่าจะยอมรับ”ปุ๋ยสั่งตัด”

  •  
  •  
  •  
  •  

 โดย… รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          ตอนนี้ “ปุ๋ยสั่งตัด” ก็เป็นที่ยอมรับในกลุ่มของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง และพิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้ปุ๋ยสั่งตัดนั้น ประหยัดจริง  และให้ผลผลิตได้มากกว่าแบบที่เกษตรกรให้เคยปุ๋ยในอดีต

          ที่จริงผมเขียนถึงเรื่องปุ๋ยสั่งตัดมาหลายครั้ง เพียงวันนี้จะบอกว่า กว่าจะมาถึงสั่งตัดที่เราใช้กันอย่างทุกวันนี้ได้  ก็มีความพยายามอย่างมากของทีมนักวิจัยที่ทำเรื่องนี้ เช่นกรณีการผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ปุ๋ยในข้าวโพดของเกษตรกรปลูกข้าวโพดที่อำเภอนครไทย พิษณุโลก โดยเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร

          ที่นั่น ใช้ปุ๋ยข้าวโพดอย่างไม่เข้าใจ และเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะว่าเอาปุ๋ยนาข้าว และคำแนะนำที่ใช้กับนาข้าวมาใช้กับการปลูกข้าวโพด ผลก็คือต้นทุนค่าปุ๋ยสูงมากประมาณครึ่งหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด ขณะที่ผลผลิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้

          เมื่อนักวิชาการเข้าไปร่วมกับชาวบ้านโดยใช้กระบวนการวิจัยเข้าช่วย จนเกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ปุ๋ยให้กับชาวบ้านได้แล้ว คราวนี้กลุ่มเกษตรกรที่นครไทยซึ่งเข้าร่วมโครงการก็เกิดความมั่นใจและใช้ความรู้นี้ในการปลูกข้าวโพดรวมทั้งจากเดิมที่เคยกล้า ๆ กลัว ๆ และทดลองใช้รูปแบบการให้ปุ๋ยใหม่นี้ในพื้นที่บางส่วนเท่านั้น หลังจากเห็นว่าได้ผลดี จึงขยายผลออกไปใช้จนเต็มพื้นที่ คราวนี้สำหรับเกษตรกรรายอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่แรก จะมีวิธีใดในการขยายผลและใช้ความรู้นี้ในการผลิตข้าวโพดต่อไป

           ตอนนั้นทีมนักวิจัยเรื่องนี้ มี ดร. ธนูชัย กองแก้ว และ ดร. ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม คือให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการได้ร่วมในการวิจัยด้วย คือให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดและใช้ปุ๋ยอย่างที่เคยใช้มา แล้วกันพื้นที่ส่วนหนึ่งมาปลูกข้าวโพดและใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำของนักวิชาการที่เรียกว่า “ปุ๋ยสั่งตัด”

           หลังจากนั้นก็ให้ชาวบ้านร่วมกันเก็บข้อมูลเองไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ผลผลิตที่ได้ และอื่น ๆ จนเกิดเป็นแปลงสาธิตกลาย ๆ เนื่องจากปลูกเปรียบเทียบกันระหว่างวิธีการเดิมกับตามคำแนะนำของนักวิชาการ พอใกล้เก็บเกี่ยวได้ ก็จึงมีการริเริ่มงานที่เรียกว่า “วันพบเกษตรกร” โดยการร่วมมือกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (ส.ป.ก.) และเชิญเกษตรกรจากที่อื่นมาประชุมและร่วมกันเรียนรู้ผลที่ได้จากการทำจริงในแปลง

           สมัยนั้น ดร. ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และผู้บริหาร ส.ป.ก.เชิญไปร่วมงานด้วย ผลก็คือจากการประเมินด้วยสายตา ข้าวโพดที่มีการใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำของนักวิชาการมีฝักขนาดใหญ่กว่า ต่อมาพบว่าผลผลิตต่อไร่น่าจะสูงกว่าด้วย

            ขณะที่ตัวเลขข้อมูลค่าปุ๋ยซึ่งมีอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นชัดเลยว่าค่าปุ๋ยลดลงอย่างมาก ความมั่นใจของชาวบ้านก็เกิดขึ้น และอยากเปลี่ยนวิธีการใช้ปุ๋ยมาเป็นการใช้ตามวิธีการของปุ๋ยสั่งตัด ตอนนี้นท่านผู้ว่าฯ เลยสั่งการให้มีการขยายผลความรู้นี้ไปยังเกษตรกรรายอื่นให้ทั่วทั้งจังหวัด ทางผู้บริหาร ส.ป.ก. ก็พร้อมที่จะร่วมมือในการขยายผลความรู้นี้ไปยังเกษตรกรในพื้นที่ของ ส.ป.ก. และมีการขยายผลออกไปยังจังหวัดอื่นด้วยในเวลาต่อมา

           ผลจากความพยายามของนักวิจัยในครั้งนั้น เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่อำเภอนครไทย ซึ่งต้องร่วมกันสร้างของจริงให้เห็นได้ด้วยตา ประเมินได้โดยดูจากข้อมูล และเชิญผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นพยานและใช้กลไกทางนโยบายผลักดันการขยายผลเช่นนี้

           ต่อไปนี้อาจเห็นว่ามีการใช้เทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” แพร่หลายไปทั่วประเทศ จึงอยากบันทึกเรื่องราวนี้ไว้ เผื่อว่าในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดแพร่หลายมากขึ้น  จะได้เข้าใจว่ากระบวนการต่าง ๆ กว่าจะผลักดัน มีความเป็นมาและยากลำบากขนาดไหนครับ!