โลจิสติกส์กับการเกษตรสำคัญไฉน?

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ

          เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยยังไม่ค่อยเข้าใจอย่างแท้จริงว่าคำว่า”โลจิสติกส์” มันคืออะไรกันแน่ บางคนตีความว่าหมายถึงเรื่องของการขนส่งสินค้า แต่ความจริงแล้วมีความหมายกว้างกว่านั้นมาก

         โลจิสติกส์คือการบริหารจัดการให้เกิดการไหลผ่านของสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่จุดกำเนิดของสินค้าหรือบริการนั้นไปจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค และตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

        นั่นหมายถึงว่า โลจิสติกส์ ไม่ใช่การขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเป็นการผสมผสานหลายเรื่องเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นระบบสารสนเทศ หรือข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ การขนส่งสินค้า การจัดการคลังสินค้าหรือโกดังเก็บสินค้า การจัดทำบัญชีคงคลังของสินค้า การบรรจุสินค้าเพื่อการเคลื่อนย้าย หรือบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และอาจรวมถึงระบบความปลอดภัยของสินค้า

        ดังนั้นหากระบบต่างๆ เหล่านี้มีประสิทธภาพดี สินค้าที่ผลิตได้ก็จะไปถึงมือผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพ รวดเร็ว ตรงตามความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

        ที่สำคัญคือความเสียหายของสินค้าก็จะลดน้อยลง ต้นทุนต่างๆ ในกระบวนการต่างๆ ก็จะลดลง และแน่นอนว่ากำไรก็ต้องเพิ่มขึ้น

        จุดเริ่มต้นของโลจิสติกส์นั้น มาจากวงการทหาร เหมือนกับจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ต ที่มาจากวงการทหารเช่นกัน โดยโลจิสติกส์ในวงการทหารก็คือการจัดการเคลื่อนย้ายอาวุธ กระสุน รวมทั้งอาหารจากฐานทัพไปยังหน่วยปฏิบัติที่อยู่ในที่ต่างๆ

        ถือว่าการจัดการจำเป็นอย่างยิ่งและต้องมีประสิทธิภาพสูง เพราะหมายถึงชีวิตและการสูญเสียหากจัดการไม่ดี โดยจะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะที่ดูแลเรื่องนี้ว่าจะเคลื่อนย้ายยุทธภัณฑ์เหล่านี้อย่างไรและเมื่อใด เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ที่อยู่ปลายทาง

        กระทั่งราวๆ กว่า 50 กว่าปีที่แล้ว โลจิสติกส์จึงเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการธุรกิจ เพราะว่าตลาดเริ่มกว้างขวางมากขึ้น  ความซับซ้อนและการแข่งขันในทางธุรกิจจึงมีมากขึ้น หากใครจัดการไม่ดีก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ในธุรกิจนั้นๆ

        ทำให้งานด้านโลจิสติกส์จึงมีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายตัวที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์มากขึ้น

        ในวงการเกษตรก็ หนีไม่พ้นเรื่องของโลจิสติกส์ จะเห็นได้ว่า ทางยุโรป จะมีมาตรการความปลอดภัยด้านอาหาร อาทิ “จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร” หรือ “From Farm to Table” ซึ่งเริ่มให้มีการใช้กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับหรือ Traceability เข้ามาช่วย เรื่องดังกล่าว นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่โลจิสติกส์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเราไม่รู้ตัว

         อีกตัวอย่างหนึ่งในเรื่องของการจัดการโลจิสติกส์ เช่นการส่งออกผักสด ผลไม้สด หรือดอกไม้ไปยังต่างประเทศ หากมีการจัดการไม่ดีเช่น ผลิตผลบรรจุได้ไม่เต็มตู้บรรจุสินค้าหรือคอนเทนเนอร์ ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยก็จะสูงขึ้น หรือหากบริหารเวลาไม่ดี ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องตากแดดนาน เพราะเวลาไม่ลงตัวกับการนำสินค้าขึ้นเรือหรือขึ้นเครื่องบิน  ผลิตผลก็เสียหายได้ เหล่านี้เป็นต้น

        ในบ้านเราต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับสินค้าเกษตรค่อนข้างสูงมาก จัดได้ว่าสูงที่สุดในบรรดาประเทศใกล้เคียง เมืองไทยเสียค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์คิดเป็น 21-25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่าจีน มาเลเซีย และอินเดียมาก

        ตรงนี้แหละหากเราสามารถจัดการด้านโลจิสติกส์ให้ดีขึ้นได้ ก็จะทำให้เราสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยมีต้นทุนต่ำลงและกำไรมากขึ้นนั่นเองครับ!