“พริกพันธุ์คีรีราษฎร์ 1”ให้ผลผลิตสูง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย… รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

                                              ขอบคุณภาพนี้จาก: .kasetloongkim.co

            เมื่อหลายปีก่อน  ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี จากสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ทำการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์พริกพื้นเมือง”พริกกะเหรียง” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก

            เชื่อว่า พริกกะเหรี่ยง จะคุ้นเคยกันดี เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของความเผ็ด ซึ่งความจริงพริกกะเหรี่ยงเป็นพริกขี้หนูพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ปลูกกันมากแถบชายแดนไทย-พม่า เช่นแถบจังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี และตาก

           ข้อเด่นคือเป็นพริกพื้นเมืองชนิดนี้  ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี มีความเผ็ดมาก เนื่องจากมีปริมาณสารแคปไซซินสูง และมีความหอมซึ่งเป็นลักษณะเด่นประจำพันธุ์ จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและโรงงานอุตสาหกรรม  แต่ว่าข้อสียของพืชพื้นเมืองทั่วไปก็คือผลผลิตต่ำ

          จากการที่พริกกะเหรี่ยงมีสารแคปไซซินสูง จึงเป็นที่ต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะต้องมีการสกัดสารดังกล่าวออกมาใช้ประโยชน์ ก็จะทำให้ผลผลิตของแคปไซซินต่อหน่วยน้ำหนักพริกเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันแคปไซซินใช้ในอุตสาหกรรมยา อาหารเสริม และเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์

         กนะนั้น การที่จะผลักดันให้มีการปลูกพริกกะเหรี่ยงเพื่อให้เพียงพอสำหรับการใช้ทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่ออุตสาหกรรม ก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงพันธุ์ให้มีผลผลิตสูงขึ้น โดยยังคงความเด่นของพริกกะเหรี่ยงที่มีอยู่เดิมเอาไว้ให้ได้

         ด้วยเหตุนี้ ดร.จานุลักษณ์ ได้ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมา  โดยเริ่มรวบรวมสายพันธุ์พริกพื้นเมืองในจังหวัดตาก ตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่งได้พริกจำนวน 192 สายพันธุ์ แล้วคัดพันธุ์ต่อมาจนกระทั่งได้พริกพันธุ์ดีจำนวน 14 สายพันธุ์ที่มีศักยภาพ

          นั่นคือมีปริมาณผลผลิตต่อไร่ และปริมาณแคปไซซินที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้พันธุ์ที่คัดมาได้ทั้ง 14 สายพันธุ์ดังกล่าว เป็นที่ยอมรับของบริษัทเอกชนและได้ขอรับไปผลิตเชิงการค้าเรียบร้อยแล้ว

          ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในการพัฒนาพันธุ์พริกครั้งนี้ ยังได้พริกพันธุ์ใหม่ขึ้นมาคือ “พริกพันธุ์คีรีราษฎร์ 1” ซึ่งได้จดทะเบียนรับรองพันธุ์ เป็นสายพันธุ์พริกลูกผสมเปิดที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี

         ที่สำคัญคือให้ผลผลิตสูงถึง 1.5 ตันต่อไร่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพริกกะเหรี่ยงปัจจุบันให้ผลผลิตเพียงแค่ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้นเอง ดังนั้นพริกพันธุ์ใหม่ที่นักวิจัยได้พัฒนาขึ้น จึงมีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการของผู้ปลูกโดยทั่วไป

           ตอนหลัง ได้มีการนำเมล็ดพันธุ์พริกใหม่นี้ส่งมอบกลับคืนให้ชุมชน และเกษตรกรใน 12 หมู่บ้านของตำบลคีรีราษฎร์ จังหวัดตาก รวมแล้ว 102 ราย เพื่อนำไปปลูกและผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายเป็นพริกพันธุ์การค้า สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป

          ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือเกิดเป็นอาชีพใหม่ให้ชาวบ้านได้เลือกทำ คือการผลิตเมล็ดพันธุ์พริกขาย ซึ่งอนาคตในเรื่องนี้ค่อนข้างสดใส

          งานวิจัยทำนองนี้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมในวงกว้าง รวมทั้งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้พันธุ์พริกที่มีแคปไซซินสูง การนำมาสกัดสารดังกล่าว ก็สามารถทำได้ดีขึ้นภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง นั่นก็หมายความว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย แต่ที่สำคัญคือการที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 5-6 เท่า ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสามารถดำเนินการในเชิงการค้าได้ โดยมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า

          นี่เป็นแรงจูงใจให้ปลูกรวมทั้งสามารถผลิตวัตถุดิบส่งโรงงานได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าทุกฝ่ายต่างอยู่ได้ และส่งผลเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จึงนับว่าเป็นผลงานวิจัยที่ดีมากชิ้นหนึ่งและปรากฎผลเป็นรูปธรรมครับ