“คาเวนดิช”มาแรง(1)เมื่อ”ซีพี-โดล เอเชีย”ส่งเสริมเกษตรกรไทย

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย….หนึ่งฤทัย

          “มั่นใจว่ากล้วยหอมเขียวคาเวนดิชจะสามารถเป็นพืชสร้างรายใหม่ให้กับเกษตรกรไทยและไทยจะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของกล้วยหอมเขียวคาเวนดิชในตลาดโลกได้”

          หากพูดถึงกล้วยเศรษฐกิจแล้วกล้วยหอมเขียวนับได้ว่าเป็นกล้วยเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกด้วยปริมาณการบริโภคกว่า 100-120 ล้านตันต่อปี มูลค่าการบริโภคมากกว่าล้านล้านบาททั่วโลกซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 95%เมื่อเทียบกับกล้วยหอมทองหรือกล้วยหอมเหลืองที่มีสัดส่วนการบริโภคเพียง 5%เท่านั้น

          ประเทศที่มีการปลูกกันมาก คือ เอกวาดอร์ ฟิลิปปินส์และอเมริกาใต้ประเทศผู้บริโภคและนำเข้ารายใหญ่ คือ อเมริกา ยุโรปและจีนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเมื่อกล้วยหอมเขียวจะมีการส่งเสริมปลูกในบ้านเราในช่วงที่ผ่านมา

          นั่นเพราะความต้องการการบริโภคกล้วยหอมเขียวที่มีปริมาณสูงในตลาดนั่นเองขณะที่พื้นที่ปลูกเดิมมีปัญหาผู้ผลิตและผู้ส่งออกต้องการขยายฐานการผลิตในพื้นที่ใหม่ๆและขยายตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในตลาดโลก

           ล่าสุด“เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดยบริษัท เจริญ โภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัดจับมือกับ โดล เอเชีย จำกัด ส่งเสริมเกษตรกรไทยปลูกกล้วยหอมเขียว “คาเวนดิช”เป้าหมายแรก 6 หมื่นไร่ ใหญ่อันดับ 2 ในอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ โดย โดลเอเชีย คือ ผู้ผลิตและส่งออกกล้วยหอมเขียวรายใหญ่อันดับต้นๆของโลกก่อนหน้านี้ โดล

            เอเชียมีฐานการผลิตอยู่ที่เอกวาดอร์และฟิลิปปินส์มาอย่างยาวนานผู้ผลิตอันดับต้นๆ อย่างฟิลิปปินส์มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมเขียวคาเวนดิชมากกว่า 2 ล้านไร่ ขณะที่โดล เอเชียมีพื้นที่ปลูกกล้วยในฟิลิปปินส์ เพียงแสนต้นๆ เท่านั้นจึงต้องการขยายฐานการผลิตมายังประเทศอื่นในเอเชียในช่วง 2-3 ปีมานี้โดยมองประเทศที่มีศักยภาพอย่าง ไทย เวียดนาม พม่าและลาว

            ด้วยสัมพันธภาพทางการค้าที่มีมาอย่างยาวนานของ ซีพี.และโดล เอเชียส่งเสริมปลูกกล้วยหอมเขียว “คาเวนดิช” ในประเทศไทยจึงเกิดขึ้น โดยโดล เอเชียคือผู้รับซื้อเพื่อทำตลาดที่มีอยู่ในมืออยู่แล้วในตลาดโลก ขณะที่ซีพี.มีฐานกำลังในการผลิตที่พร้อมในประเทศไทย

           วันก่อนได้คุยกับ คุณขุนศรี ทองย้อย ประธานผู้บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด คุณขุนศรี บอกว่า ทางบริษัทได้หันมาจับธุรกิจกล้วยหอมเขียวคาเวนดิช ร่วมทุนกับ บริษัท โดลเอเชียจำกัด โดยจะเป็นผู้ผลิตส่งให้กับโดลเอเชียที่จะเป็นผู้ส่งออกไปยังต่างประเทศ 100%โดยทางซีพีเป็นพันธมิตรร่วมกับโดลมายาวนาน

            ขณะที่โดลเองมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การค้ากล้วยคาเวนดิชมายาวนาน โดยก่อนหน้ามีการส่งเสริมปลูกและทำการค้ากล้วยคาเวนดิชในหลายประเทศและมองว่าไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่สุดในโซนเอเชียจึงเกิดความร่วมมือนี้เกิดขึ้น โดยซีพี.มีการทดสอบปลูกกล้วยคาเวนดิชในแปลงผลิตของบริษัททั้งที่ จ.กำแพงเพชรและ จ.ชลบุรี เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว 2 ครอป ส่งให้กับ โดล เอเชีย เพื่อทดลองส่งออกแล้ว จึงมั่นใจว่ากล้วยหอมเขียวคาเวนดิชจะสามารถเป็นพืชสร้างรายใหม่ให้กับเกษตรกรไทยและไทยจะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของกล้วยหอมเขียวคาเวนดิชในตลาดโลกได้

           การส่งเสริมปลูกกล้วยในครั้งนี้ ทางซีพี.มุ่งเป้าที่ตลาดส่งออกเป็นหลักโดยมีลูกค้ารายใหญ่ก็คือ จีน ซึ่งทาง ซีพี.มีการปลูกนำร่องเพื่อศึกษาข้อมูลของกล้วยชนิดนี้ในพื้นที่ 6.25 ไร่ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

            ผลผลิตดีเกินคาด ไร่ละ 7 ตัน/รุ่น ตอนนี้เป็นปีที่ 3 ของการทดลองปลูกและมีความมั่นใจที่จะดูแลเกษตรกรให้สามารถผลิตกล้วยคุณภาพตามความต้องการของบริษัทได้ โดยมีการวางแผนการขยายพื้นที่ในช่วงแรกนี้กว่า 60,000 ไร่ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมเขียว คาเวนดิชรายใหญ่รองจากประเทศฟิลิปปินส์เลยทีเดียว

           น่าจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรไทย โดยทางซีพี.มุ่งเป้าไปที่พื้นที่นาข้าวซึ่งรายได้ต่อพื้นที่ไม่มากเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และสร้างโอกาสที่ดีให้กับเกษตรกรได้แนวทางส่งเสริมสู่เกษตรกรตามรูปแบบการปลูกของบริษัทยังอยู่ในขั้นตอนของการทำโมเดลคำนวณราคาที่เหมาะสมในการรับซื้อ โดยคาดว่าจะมีการรับซื้อในราคา 10-12 บาท/กก.

           สำหรับกล้วยหอมคาเวนดิช มีลักษณะเด่นตรงที่มีหวีขนาดใหญ่ เครือใหญ่น้ำหนักของเครืออยู่ที่ 30-50 กก.ขึ้นอยู่กับการดูแลโดยมาตรฐานกล้วยคุณภาพส่งออกต้องมีน้ำหนัก 1.8 กก.ต่อหวีขึ้นไป ซึ่งหวีที่ไม่ได้มาตรฐานทางบริษัทได้รองรับผลผลิตของลูกไร่ด้วยการรับซื้อคืนเพื่อส่งให้กับโรงงานแปรรูปของบริษัทในเครือเพื่อนำไปทำเค๊กกล้วยหอม ทั้งนี้ทางบริษัทมองว่า เกษตรกรที่ปลูก 1ครอบครัวน่าจะดูแลได้ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ อย่างประณีต

           ส่วนพื้นที่ส่งเสริมทางบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 60,000 ไร่ ในช่วงแรกโดยทางบริษัทจะสร้างจุดรับซื้อและแพคกิ้งผลผลิตก่อนส่งออกเพื่อรองรับผลผลิตกล้วยจากแปลงปลูกในรัศมีไม่เกิน 300 กม. จากกรุงเทพฯและสร้างเครือข่ายการปลูกโดยมีจุดรับซื้อไม่เกิน30 กม.ในพื้นที่แปลงปลูก เพื่อให้คงความสด ใหม่ของกล้วยพื้นที่ที่เหมาะสมควรจะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพดินที่ดี มีน้ำตลอดทั้งปีความเร็วของลมไม่เกิน 45 กม./ชม. อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 13 องศาเซลเซียสและไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส ซึ่งทางซีพี.จะมีการสำรวจพื้นที่ปลูกของผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพร้อมแนะนำดูแลวิธีการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามสเปกที่บริษัทรับซื้อด้วย

         คราวหน้าจะพูดถึงวิธีการปลูกกล้วยหอมเขียว”คาเวนดิช” โดยจะมีนักวิชาการจะมาแนะนำว่าปลูกอย่างไร ?

         สนใจที่จะลงทุนปลูกกล้วยหอมเขียว คาเวนดิช จะทำอย่างไร หรือจะร่วมกับซีพี และโดล เอเชีย ได้หรือไม่ อย่าลืมค่ะ  ในวันที่ 26 สิงหาคม 2560 นี้ เว็ปไซต์แนวเกษตรและอาชีพน้องใหม่ “เกษตรทำกิน”(kasettum.com) ร่วมกับพันธมิตรนิตยสาร “รักษ์เกษตร”และ”ไม่ลองไม่รู้” เปิดเวที่แสดงวิสัยทัศน์ในรูปแบบของการสัมมนา หัวข้อ” จับกล้วยหอมเขียว คาเวนดิช อนาคตของเกษตรกรไทย” ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ค่าลงทะเบียน  850 บาท รวมถึงอาหารมื้อเที่ยง อาหารว่าง 2  เวลา สอบถามเพิ่มเติม ได้ ที่หนึ่งฤทัย โทร. 089-7835887 หรือ029766990 งานนี้จะตอบโจทย์ได้ว่า การปลูกก้วยหอมเขียวคาเวนดิช จะมีอนาคตอย่างไร โอกาสดีๆไม่ควรพลาดค่ะ!