เทคนิคเลี้ยงปลากดเหลืองให้โตเร็ว-ทุนต่ำ(จบ)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…หนึ่งฤทัย

           “ในธรรมชาตินั้น ปลากดเหลืองนั้นสามารถเจริญเติบโตและอยู่อาศัยได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย  แต่ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำที่เป็นแอ่งหินหรือพื้นดินแข็งน้ำค่อนใสมี กระแสน้ำไหลไม่แรงนักพบอยู่ในระดับความลึกตั้งแต่ 2-40 เมตร”

          วันเสาร์ที่แล้ว ได้พูดถึงการเลี้ยงปลากดเหลืองในบ่อดิน คราวนี้ลองมาดูการเลี้ยงปลากดเหลืองในกระชังบ้าง

           สถานี ประมงน้ำจืดจังหวัดสงขลาได้ทำการเลี้ยงปลากดเหลืองให้เป็นปลารุ่นในกระชัง ตาข่ายพลาสติก  ขนาด 2 ´3 ´1.5 เมตร  ปลากดเหลืองจะมีความยาวเฉลี่ย 7.17  เซนติเมตร  น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 3.14 กรัม  อัตราการปล่อยกระชังละ 300 ตัวเมื่อเปรียบ เทียบอาหารที่ให้เนื้อปลาสดสับกับอาหารเม็ดปลากินเนื้อในระยะเวลา 6 เดือน  พบว่า  ปลาที่เลี้ยงด้วยเนื้อปลาสดสับ  มีอัตราการเจริญเติบโตดีมาก  คือ  มีน้ำหนักเฉลี่ย 83.87  กรัม  อัตราการรอดตาย  73.79 เปอร์เซ็นต์  อัตราแลกเนื้อ 4.98  คิดเป็นต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ  24.90 บาท (ปลาสดราคากิโลกรัมละ 5 บาท)

           ขณะที่การเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำหรับปลากินเนื้อ  ปลากดเหลืองที่เลี้ยงมีน้ำหนักเฉลี่ย 72.61 กรัม  อัตราการรอดตาย 59.29 เปอร์เซ็นต์  อัตราแลกเนื้อ 2.76 คิดเป็นต้นทุนอาหาร 33.12 บาท/กิโลกรัม (อาหารเม็ดปลากินเนื้อราคากิโลกรัมละ 12 บาท)

           ส่วนการ เลี้ยงปลากดเหลืองในกระชังโดยที่ตัวกระชังทำด้วยตาข่ายพลาสติกขนาดกระชัง 3 ´4 ´1.8 เมตร  ปล่อยปลาขนาด 200-250 กรัม  จนถึงขนาดตลาด  อัตราปล่อย 1,000ตัว/กระชัง  ให้ปลาเป็ดและส่วนผสมอื่นๆเป็นอาหารวันละ 1 ครั้ง  ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน  ผลปรากฏว่าปลาเจริญเติบโตมีน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 540 กรัม  อัตรารอดตาย 82.0 เปอร์เซ็นต์  จะได้ผลผลิตกระชังละ 462.38 กิโลกรัม

           ข้อควรคำนึงในการเลี้ยง ปลากดเหลืองให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการนั้น  ถ้าเลี้ยงในบ่อดิน  พันธุ์ปลาที่ปล่อยควรเริ่มที่ขนาด 5-7 เซนติเมตร  อัตราการปล่อยตารางเมตรละ 1-2 ตัว  ส่วนการเลี้ยงในกระชังควรปล่อยปลาตารางเมตรละ 50-70 ตัว  และควรหมั่นคัดขนาดปลาให้สม่ำเสมอกันด้วย

            ในธรรมชาตินั้น ปลากดเหลืองนั้นสามารถเจริญเติบโตและอยู่อาศัยได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย  แต่ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำที่เป็นแอ่งหินหรือพื้นดินแข็งน้ำค่อนใสมี กระแสน้ำไหลไม่แรงนักพบอยู่ในระดับความลึกตั้งแต่ 2-40 เมตร 

           ทั้งยังชอบอาหารบริเวณที่น้ำจากต้นน้ำเหนือเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำไหลมาบรรจบ กับบริเวณแนวน้ำนิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากน้ำซึ่งมีน้ำจืดไหลปะทะกับแนวน้ำเค็ม  มีกุ้ง  ปลา  ปู  หอย  ค่อนข้างสมบูรณ์  ชาวประมงมักจับปลากดเหลืองสามารถที่จะปรับตัวให้เจริญโตได้ดีในสภาพน้ำพรุ ที่มีความเป็นกรดสูงและมีปริมาณสารแขวนลอยมาก

          อย่างไรก็ตามการเลี้ยงปลากดเหลืองนั้น  ในบ่ออนุบาลลูกปลาวัยอ่อนระยะแรกประมาณ  20-30 เซนติเมตรและค่อยๆ  เพิ่มปริมาณน้ำเป็น 50 เซนติเมตร เมื่อเริ่มให้อาหารสมทบจำพวกเนื้อปลาบด  และส่วนผสม ขณะเดียวกันต้องทำความสะอาดพื้นบ่อเป็นสิ่งจำเป็นมาก  ด้วยการดตะกอนพื้นบ่อ  เปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 1 ใน 3 ของบ่อ  และเพิ่มประมาณน้ำให้เท่าเดิม

          ในสัปดาห์แรกเป็นอาหารที่มีชีวิต  ได้แก่  ไรแดงหรือ  อาร์ทีเมีย  จนกระทั่งลูกปลามีอายุ 8-10 วัน  จึงเริ่มฝึกให้กินอาหารสมทบ  ได้แก่  เนื้อปลาบดผสมวิตามินและแร่ธาตุ  ในปริมาณน้อยๆแต่บ่อยครั้ง 

          ในระยะนี้อาจผสมยาปฎิชีวนะกับอาหารในอัตรา 3 กรัมต่ออาหาร  1 กิโลกรัม  เพื่อป้องกันโรคพวกแบคทีเรีย  โดยให้วันละ 1 ครั้ง  ติดต่อกัน 5-7 วัน พร้อมกันนอกจานี้ควรใส่ฟอร์มาลินในความเข้มข้น 40 พีพีเอ็ม  แช่ตลอด 24 ชั่วโมง  สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันโรคนั้นเองค่ะ