เทคนิคเลี้ยงปลากดเหลืองให้โตเร็ว ทุนต่ำ(1)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย– หนึ่งฤทัย

 

        “ทุกวันนี้การเลี้ยงปลากด เริ่มนิยมมากแล้วค่ะ เนื่องเพราะตลาดต้องการสูง ใช้เวลเพียง  4-5 เดือน จับขายได้แล้วขนาด  4-7 ตัว/กก.ราคาหน้าบ่อ 110-120 บาท/กก.”

          เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก คุ้นเคยและชอบทานปลาเหลืองเป็นอย่างดี  เพราะใยบ้านเรา สามารถทำอาหารได้หลากหลาย  ทั้ง  แกงเหลือง  ฉู่ฉี่  ผัดเผ็ด ต้มยำ  ปิ้ง ย่าง ฯลฯ จึงทำให้ปลากดเหลืองเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูง  ราคาดี แต่ปลากดเหลืองที่เรากินกันเป็นประจำนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปลากดเหลืองที่จับจากธรรมชาติ เพราะปลา กดเหลืองพบแพร่กระจายในแหล่งน้ำจืดทั่วไปของทวีปเอเชียเลยทีเดียว

          เมื่อปลาธรรมชาติลดจำนวนลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังมีสูง จึงทำให้เกิดการเพาะพันธุ์ปลากดเหลืองและเกิดการเพาะเลี้ยงขึ้น ซึ่งก็ได้รับความสนใจและขยายการเลี้ยงกันมากในช่วง 2-3 ปีมานี้เอง แต่ลูกปลายังหายากเพราะคนที่เพาะพันธุ์และผลิตลูกปลากดเหลืองขายยังมีน้อยจึงทำให้การเลี้ยงปลากดเหลืองยังขยายตัวไม่มากนักขณะที่ความต้องการลูกปลามีสูงมากหากใครติดตามเรื่องราวของปลากดเหลืองจะเห็นว่าหน่วยงานที่มีการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลการเลี้ยงปลากดเหลืองจะเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนครของกรมประมงค่ะ

         วันนี้เราจะไปดูการเลี้ยงปลากดเหลืองของ “คุณสมร ลาดบัวขาว” หรือคุณต่อ ที่ บ้านโนนข่า ตำบลหันนางาม อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งคุณต่อทำอาชีพเลี้ยงปลาหลากหลายชนิดพร้อมทั้งเพาะพันธุ์ปลาหลากชนิดขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเดิมทีนั้นคุณต่อทำงานเป็นวิทยากรเรื่องเกษตรทั้งปลูกพืช เลี้ยงปลาให้กับโครงการพระราดำริ จ.นครราชสีมา และหันมาทำฟาร์มเอง ที่ จ.หนองบัวลำภูเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เพาะพันธุ์ปลาหลายชนิดจำหน่าย แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้คนสนใจเลี้ยงปลากดเหลืองกันเยอะ จึงเพาะพันธุ์ปลากดเหลืองขายปีหนึ่งมากกว่าล้านตัวเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่คนจะหันมาสนใจเลี้ยงปลากดกันเยอะ เพราะราคาหน้าบ่อสูงกว่าปลาอื่นๆ อย่างปลานิลราคาหน้าบ่อ 25 บาท ปลาสลิด 40 บาท ปลาสวาย 10-15 บาท ปลาหมอ 70 บาท ปลากดเหลือง 100 บาท

         นอกจากราคาดีแล้วปลากดเหลืองยังเลี้ยงง่าย ไม่จุกจิก อัตราการรอดสูงอีกด้วย จึงทำให้คุณต่อเองก็หันมาเลี้ยงปลากดเหลืองมากกว่าปลาอื่นๆเช่นกัน  

      เรามาดูการเลี้ยงปลากดเหลืองในบ่อดินกันค่ะ!

         จริงๆ การเลี้ยงปลากดเหลืองสามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดิน บ่อปูน กระชัง หรือบ่อที่ปูพลาสติก แต่ที่แนะนำในครั้งนี้จะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินซึ่งปลาจะเติบโตเร็ว ต่างจากบ่อปูน หรือบ่อพลาสติกซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิของน้ำได้ยากกว่าทำให้อัตราการเจริญเติบโต ช้ากว่า การเตรียมบ่อเลี้ยงโดยทั่วไปก็จะตากพื้นบ่อให้แห้งพร้อมทั้งปรับสภาพก้นบ่อให้สะอาดใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพของดินโดยใส่ปูนขาวแต่คุณต่อบอกว่าปลากดเหลืองเป็นปลาที่ไม่ค่อยมีโรคจึงไม่จำเป็นต้องโรยปูนขาวแต่จะสร้างสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ การเลี้ยงในบ่อดินจึงเหมาะสมที่สุด มีบางแห่งจะเลี้ยงในบ่อปูน หรือใช้ผ้าใบปูพื้นบ่อซึ่งคุณต่อบอกว่าการเลี้ยงในสภาพนี้จะควบคุมอุณหภูมิได้ยากกว่าการเลี้ยงในบ่อดิน ทำให้ปลาไม่ค่อยกินอาหาร โตช้าอีกด้วย

          ส่วนขนาดบ่อที่นิยมเลี้ยงจะเป็นบ่อขนาด 1 งาน ซึ่งเป็นขนาดที่จัดการง่ายทั้งการเลี้ยงและการจับขายเพื่อป้อนตลาด  หลังจากเตรียมบ่อเสร็จก็จะสร้างอาหารธรรมชาติให้กับลูกปลาโดยใส่ฟางข้าวรองพื้นก้นบ่อ มองว่าไม่ให้ฟางหนาหรือบางเกินไปแล้วใส่ปุ๋ยคอกเช่น ขี้วัว ขี้ไก่ อัตราประมาณ 60-100 กิโลกรัม/ไร่จากนั้นจึงนำน้ำเข้าบ่อโดยกรองไม่ให้ศัตรูของลูกปลาติดเข้ามากับน้ำ  ระดับน้ำช่วงแรกอาจจะสูง 20-30 ซม. ในช่วงอนุบาล จากนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับน้ำลึก 1 เมตร และรักษาระดับน้ำขนาดนี้ไปตลอดการเลี้ยง หลัง3 วันที่ปล่อยน้ำเข้ามาก็จะเกิดอาหารธรรมชาติหรือไรแดงขึ้นมาจึงปล่อยลูกปลาลงเลี้ยง

        บ่อขนาด 1 งานนี้จะปล่อยลูกปลาขนาด 1 นิ้ว ได้ 3,000 ตัว ซึ่งราคาลูกปลาไซด์นี้ราคา 2.50 บาท  การปล่อยลูกปลาลงบ่อเลี้ยงจะต้องปรับสภาพอุณหภูมิของ น้ำ ในถุงและน้ำในบ่อให้เท่าๆกันก่อน  โดยแช่ถุงบรรจุลูกปลาในน้ำประมาณ 30 นาทีจึงปล่อยลูกปลา  เวลาที่เหมาะสมในการปล่อยลูกปลาควรเป็นเวลาตอนเย็นหรือตอนเช้า

          สำหรับการให้อาหารจะเน้นอาหารธรรมชาติ เสริมอาหารเม็ดบ้างต้นทุนต่ำ ปลาโตเร็ว สุขภาพปลาแข็งแรง นั้น    คุณต่อบอกว่าเราสามารถลดต้นทุนค่าอาหารด้วยการให้ไส้เดือนซึ่งปลากดเหลืองจะชอบ โดยบ่อเลี้ยงไส้เดือนควรทำไปพร้อมกับการเลี้ยงปลาเลย ซึ่ง ไส้เดือนที่จะนำมาเป็นอาหารปลากดนั้นจะเลี้ยง 1 เดือน การเลี้ยงไส้เดือนจะทำในบ่อปูน และให้อาหารธรรมชาติพวกเศษผัก ใบไม้ หญ้าและอาหารธรรมชาติอื่นๆ  อัตราการให้ไส้เดือน 4 กก.ต่อพื้นที่ 1 งานทุกวัน ไส้เดือนเป็นอาหารธรรมชาติที่จะช่วยให้ปลากดเหลืองเติบโตเร็วและประหยัดต้นทุนค่าอาหารเม็ดได้อย่างมาก

          การให้อาหารเม็ดจะให้ช่วงอนุบาล 30 วันแรก ใช้อาหารลูกอ็อดหลังจากอนุบาล 30 วันแล้วเปลี่ยนมา ให้อาหารปลาดุกเล็กหลังจากใช้อาหารปลาดุกเล็ก ครบ 30 วัน เปลี่ยนมาใช้อาหารปลาดุกกลางจนโตพร้อมจับ(ถ้าเลี้ยงเกิน 6 เดือน เพื่อจะจับปลาอายุ 1 ปี ให้ใช้อาหารปลาดุกใหญ่หลังจากปลาอายุ 6 เดือน จนถึง 12 เดือน)ถ้าสามารถหาอาหารพวกโครงไก่บด เศษปลา อาหารสดจะดีมากๆ สำหรับเลี้ยงปลาและยังมีต้นทุนที่ถูกกว่าด้วย โดยราคาอาหารเม็ด ถ้าเป็นอาหารลูกอ๊อด อาหารปลาดุกเล็กจะอยู่ที่กระสอบละ 450-550 บาท อาหารปลาดุกกลางอยู่ที่ 400-500 บาท ปลากด 1,000 ตัว จะใช้อาหารประมาณ 10 กระสอบขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของอาหารธรรมชาติในบ่อนั้นๆด้วยโดยอาหารเม็ดจะให้วันละ 2 มื้อ ประมาณ 1-2 ถ้วย ควรจะให้พอดีโดยไม่ให้ปลาอิ่มเกินไปและไม่มีอาหารเหลือให้กลายเป็นของเสียในบ่อ

         นอกจากนี้ยังควรเสริมวิตามินให้กับปลาด้วย ปกติแล้วคนเลี้ยงทั่วไปจะใช้วิตามินสังเคราะห์ แต่คุณต่อใช้วิตามินธรรมชาติ นั่นคือ มะขามเปียกนำมาคั้นน้ำแล้วไปคลุกเคล้ากับอาหารเม็ด อัตราการใช้มะขามเปียก 3 ขีดต่ออาหารเม็ด 1 กก. ซึ่งมะขามเปียกถือเป็นวิตามินธรรมชาติชั้นดีเลยทีเดียว

         คุณต่อ บอกด้วยว่า การเลี้ยงปลากดในบ่อดินตามวิธีการที่บอกจะสามารถจับขายได้หลังปล่อยลงเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน โดยจะได้ปลาขนาด 4-7 ตัว/กก. หรือน้ำหนักตัวประมาณ  150-300 กรัมซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดนิยมบริโภค  พื้นที่ 1 บ่อ ขนาด 1 งาน จะได้ปลาประมาณ 500-700 กก. ราคาหน้าบ่อ 110-120 บาท/กก. เท่ากับ 1 บ่อ ขนาด 1 งาน จะมีรายได้โดยประมาณ  50,000-60,000 บาท  หากต้องการปลาขนาดใหญ่ขึ้นก็เลี้ยงนานขึ้น โดยระยะเวลาในการเลี้ยง7 เดือน ก็จะได้ปลาขนาดน้ำหนักตัวระหว่าง 400-500 กรัม 

        จะเห็นได้ว่า ปลากดเหลืองเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีโรค อัตราการรอดตายค่อนข้างสูงถึง 80เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราแลกเนื้อค่อนข้างสูง เอาไว้วันเสาร์หน้าจะเล่าถึงการเลี้ยงปลากดเหลืองในกระชังต่อค่ะ!