เถ้าแก่น้อย“วรัญญา อิ่มทอง” รวยด้วยข้าวโพดหวานสีแดง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย  หนึ่งฤทัย

 

         “การทำอาชีพเกษตรไม่ต้องการลงทุนก้อนใหญ่ ไม่อยากปลูกพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวนาน เพื่อให้เงินทุนที่ลงไปหมุนเวียนกลับมาได้เร็วที่สุด หนูจึงมุ่งเป้าหมายไปที่พืชที่ลงทุนต่ำและให้ผลตอบแทนเร็ว คำตอบจึงออกมาเป็น ข้าวโพด ใช้เวลาสั้น เพียง 65-70 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว”

        คราวที่แล้วพูดถึง ข้าวโพดที่มาแรงแซงโค้งคือ” ข้าวโพดหวานสีแดง” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย “ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ” ที่ความโดดเด่นพิเศษหลายอย่าง และได้มีน้องคนหนึ่งค่ะ เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU 72 )มาหมาดๆ ตั้งเป้าหมายของชีวิตว่า จะสู่การเป็นเจ้าของฟาร์ม และเธอทำจริงค่ะ

เธอคือ วรัญญา อิ่มทอง” สาวน้อยที่เพิ่งเรียนจบ คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU 72 ) เธอคิดแตกต่างจากเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันที่ต่างก็หวังจะทำงานในองค์กรต่างๆ แต่เธอกลับปฏิเสธการเป็นลูกจ้างพร้อมกับตั้งเป้าหมายสู่”เกษตรสมัยใหม่”สมาร์ท ฟาร์มเมอ”ร์ หรือ”สมาร์ท ออฟฟิต” คือนักธุรกิจเกษตร คือปลูกเอง แปรรูปเอง

ความฝันเป็นจริง วันนี้ “วรัญญา”ปลูกข้าวโพดหวานสีแดงกัน ในนาม Gracegreenfarm TH และได้ทำการตลาดแบบใหม่ ปั้นแพคเกจสุดเก๋ ขายผ่านออนไลน์ เดินสายออกบูธ จนออเดอร์ทะลักทลายอยู่ในตอนนี้

          ลังจากตัดสินใจที่จะเป็นเกษตรกรแล้ววรัญญา บอกว่า เธอเดินหน้าลุยเลยโดยร่วมลงทุนกับญาติในพื้นดินที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ส่วนใหญ่บริเวณนี้เกษตรกรจะปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง แต่ด้วยพื้นที่มากถึง 190 ไร่ เธอจึงแบ่งมาปลูกข้าวโพดเพียง 30 ไร่ ส่วนที่เหลือปลูกอ้อยระบบน้ำหยด

          “การทำอาชีพเกษตรไม่ต้องการลงทุนก้อนใหญ่ ไม่อยากปลูกพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวนาน เพื่อให้เงินทุนที่ลงไปหมุนเวียนกลับมาได้เร็วที่สุด หนูจึงมุ่งเป้าหมายไปที่พืชที่ลงทุนต่ำและให้ผลตอบแทนเร็ว คำตอบจึงออกมาเป็น ข้าวโพด ใช้เวลาสั้น เพียง 65-70 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว” เธอ เล่าวถึงแนวคิดของตัวเอง

        เมื่อตัดสินใจว่าจะปลูกข้าวโพด วรัญญา ได้ศึกษาวิธีการปลูกและตลาด โดยเข้าไปติดต่อแม่ค้าที่จะมารับซื้อไว้ล่วงหน้า กระนั้นการที่ยังด้อยประสบการณ์ เมื่อเธอลงปลูกข้าวโพดถึง 12 ไร่ โดยทยอยปลูกครั้งละ 3 ไร่ หยอดเมล็ดห่างกันทุก 7 วัน เท่ากับว่าใน 1 เดือนจะมีข้าวโพดเก็บทุกสัปดาห์ 7 ไร

ข้าวโพดแปลงแรกในชีวิตของเธอประสบความสำเร็จดีในด้านของผลผลิต แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านตลาด ข้าวโพด 3 ไร่ เธอได้ผลผลิตกว่า 7.5  ตัน ครั้งแรกแม่ค้าที่ติดต่อไว้บอกจะซื้อ กก.ละ 6 บาท แต่เมื่อถึงวันเก็บเกี่ยวแม่ค้ากลับซื้อไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้โดยมีข้ออ้างมากมาย

สุดท้ายก็ขายข้าวโพดไปในราคา กก.ละ 3.50 บาทและแปลงต่อมาก็ยังขายให้กับแม่ค้าคนเดิมเพราะไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปขายให้ใคร ส่วนอีก 2 แปลงหลังมีแม่ค้าเข้ามารับซื้อผลผลิตด้วยความบังเอิญที่ผ่านมาและเห็นแปลงข้าวโพดของเธอปรากฏว่า ข้าวโพด 4 แปลงๆละ  3 ไร่ลงทุนไป 3 หมื่นบาท ได้เงินมา 5 หมื่นบาท  ถือว่ายังได้กำไรอยู่บ้าง

“ข้อจำกัดของข้าวโพดก็คือ ถ้าครบกำหนดอายุเก็บเกี่ยวแล้วต้องรีบเก็บ ยืดหยุ่นได้ 2-4 วัน ถ้าเก็บช้าข้าวโพดจะเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแป้ง รสชาติและรสสัมผัสน้อยลงแต่ข้อดีก็คือต้นทุนต่ำ หากขาดทุนก็ขาดทุนไม่มาก  แถมยังทำเงินได้เร็วเพียง 65 วันเท่านั้น” วรัญญา กล่าว

          แม้การปลูกข้าวล็อตแรกไม่สำเร็จ แต่วรัญญายังเดินหน้าและสนใจข้าว จึงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งเจอเฟสของ อ.ทวีศักดิ์ นักวิจัยที่ปรับปรุงพันธุ์นี้ วรัญญาสนใจมากจึงติดต่ออาจารย์จนนำมาสู่โครงการ 5 ไร่รอด และ 5 ไร่ยอดที่จะต่อยอดไปสู่การตลาดใหม่ๆ ต่อไป

          ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เธอตัดสินใจนำผลผลิตข้าวโพดแดงที่เธอปลูกมาแปรรูปทำเป็นข้าวโพดแดงคุณภาพบรรจุภัณฑ์ ขายให้กับเพื่อนๆ ที่ต้องการสินค้าคุณภาพผ่านในเฟสและเพจ จนทำให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปั้นแพคเกจให้มีความสวยงาม ชวนซื้อแล้วขายทางออนไลน์ พร้อมทั้งเดินสายออกบูธซึ่งต่อยอดให้สินค้าของเธอเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว  ด้วยการนำเสนอทั้งความสวยงามของภาพข้าวโพดและการดึงคุณประโยชน์ของข้าวโพดแดงก็ทำให้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้บริโภคจนทำให้มีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากถึงวันละกว่า 100 ฝัก

จากนั้นเธอจะวางแผนลงปลูกข้าวโพดทุกๆ 2 งาน ห่างกัน 1 อาทิตย์ ซึ่งก็จะมีผลผลิตเก็บเกี่ยวทุกๆ อาทิตย์ประมาณ 700-1,100 กก. หรือประมาณวันละ 100-120 ฝัก จำหน่ายฝักละ 30-35 บาท ถ้าบรรจุลงกล่องสวยงามเธอขาย 3 ฝัก 100 บาท ส่วนราคาหน้าไร่เธอขาย กก.ละ 50 บาท

 ส่วนน้ำนมข้าวโพดจะมีการทำทุกวันๆ 500-600 ขวด บางวันเป็น 1,000 ขวด คิวจองเธอยาวเหยียดทั้งข้าวโพดฝักสดและน้ำนมข้าวโพด คุณวรัญญาบอกว่า ไม่คิดว่าการตลาดแบบนี้จะสามารถสร้างลูกค้าและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างดียิ่ง

          วันนี้คงไม่ต้องบอกว่าเธอประสบความสำเร็จแค่ไหนกับธุรกิจข้าวโพดของเธอ ซึ่งนับว่าเธอใช้เวลาไม่นานในการก้าวสู่ความสำเร็จ นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่เก่งและน่าชื่นชมในความกล้าคิดต่างและมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จนทำให้เธอเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยวางเป้าหมายในการขยายสู่ตลาดห้างสรรพสินค้าและตลาดพรีเมี่ยมอื่นๆในอนาคต