ใช้ทรัพยากรเพียงครึ่งเดียว แต่เพิ่มอาหารเป็น 2 เท่า

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดร.นิพนธ์  เอี่ยมสุภาษิต

          เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ทีทางรัฐบาลเนเธอแลนด์ได้มอบนโยบายระดับชาติที่จะสร้างความยั่งยืนทางการเกษตร ด้วยคำกล่าวที่ว่าเพิ่มอาหารเป็น 2 เท่า โดยใช้ทรัพยากรเพียงครึ่งเดียว

         ตั้งแต่ปี 2543เกษตรกรได้ลดการพึ่งพาน้ำในการปลูกพืชที่มีความสำคัญได้มากถึงร้อยละ 90 พวกเขาเกือบจะกำจัดการใช้สารเคมีกับพืชที่ปลูกในโรงเรือน และตั้งแต่ปี 2552 ผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและปศุสัตว์ได้ลดการใช้สารปฏิชีวนะได้มากถึงร้อยละ 60

         เนเธอร์แลนด์ ได้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรในการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ทำให้เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ที่มีมูลค่ามากถึง 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการส่งออกในปี2559 แต่ยังไม่มีการผลิตเมล็ดพันธุ์จีเอ็ม

        เนื่องเพราะการกำกับดูแลเมล็ดพันธุ์ใหม่ในยุโรปค่อนข้างเข้มงวดมากเกี่ยวกับจีเอ็มซึ่งต้องลงทุนหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐและต้องใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนา 12-14 ปีเป็นการให้ข้อมูลโดย Arjen van Tunen จากบริษัท KeyGene

         เมื่อมองในมุมกลับกันความสำเร็จจากความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ด้านการปรับปรุงพันธุ์ทางอณูวิทยา (molecular breeding)ที่ไม่ต้องมีการถ่ายฝากยีน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในอีก 5-10 ปี ด้วยเงินลงทุนในการพัฒนาน้อยกว่า100,000 เหรียญสหรัฐ และแทบจะไม่เกินล้านเหรียญสหรัฐ

         ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับประเทศไทยที่วางแผนประเทศไทย 4.0 เพื่ออนาคตใน 20ปีข้างหน้า แต่เป็นที่น่าเสียดายที่แผนของเราเน้นทางด้านการเกษตรแม่นยำ แต่…ไม่เน้นเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ครับ!

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nationalgeographic.com