ตั้งเป้าปี 61“เกษตรทฤษฎีใหม่”เพิ่ม7หมื่นราย

  •  
  •  
  •  
  •  

ทุกภาคส่วน ลงความเดินหน้า “โครงการ   “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง”ต่อ กระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าปี 61 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มอีกกว่า 7 หมื่น รวมเป็น 1.4 แสนราย เพื่อถวายรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวง ร.9

             วันที่ 19 ต.ค.60 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมโครงการ   “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” ร่วมกับส่วนราชการในสังกัด สถาบันการศึกษา ปราชญ์เกษตร และภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการ ว่า ที่ประชุมได้มีการสรุปผลการดำเนินงานโครงการ“5 ประสานสืบสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ถวายในหลวง” ปี 2560 พบว่า มีเกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 70,002 ราย

          หลังจากเข้าร่วมโครงการแล้ว เกษตรกรได้นำความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ทำการเกษตรผสมผสาน ตามศักยภาพของตนเองในพื้นที่ เกิดการพึ่งพาตนเอง สามารถลดรายจ่ายจากการบริโภคผลผลิตที่ปลอดภัยของตนเองได้เฉลี่ยเดือนละ 533 บาท มีการลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้สารเคมี โดยใช้ปัจจัยการผลิตและใช้แรงงานของตนเองได้เฉลี่ยเดือนละ 556 บาท เกษตรกรมีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานในเมือง ลดลงร้อยละ 1.47 มีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง และจัดทำบัญชีครัวเรือน มีการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้ครัวเรือนร้อยละ 18.38 สามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้ อีกทั้งยังมีการวางแผนและดำเนินการผลิตในแปลงที่เข้าร่วมโครงการ สร้างรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเดือนละ 4,613 บาท

           อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทุกภาคส่วนเห็นชอบร่วมกันในการขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องในปี 2561 จึงได้ร่วมกันวางแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในปี 2561 โดยกำหนดรับสมัครเกษตรกรที่มีความสมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มขึ้น จำนวน 70,000 ราย รวมเป็น 140,000 ราย เพื่อถวายรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และร่วมกันทุกภาคส่วนในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้เกิดความมั่นคง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้อย่างเพียงพอและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

         “กระทรวงเกษตรฯ ผลักดันโครงการนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานของภาคเกษตรที่สำคัญ คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ และการบริการจัดการผลิต ทั้งการพัฒนาเรื่องดินและน้ำ ขาดแคลนทุนและโครงสร้างพื้นฐาน มีหนี้สินจากการผลิตเชิงเดี่ยว และมีความเสี่ยงเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ ที่จะเป็นรากฐานสำคัญตามนโยบายปฏิรูปภาคการเกษตร ให้เกษตรกรมีรายได้และความภาคภูมิใจในอาชีพ เป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ ในเขตพื้นที่เหมาะสม ซึ่งนอกเหนือจากการผลิตสินค้าหลักแล้ว ยังได้ส่งเสริมเกษตรกรมีการผลิตอาหารที่ปลอดภัยบริโภคอย่างเพียงพอในครัวเรือน และนำรายได้จากการผลิตสินค้าหลักมาเป็นเงินออม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในอนาคต และสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกร” พลเอกฉัตรชัย กล่าว