เกษตรฯชง 3 ส่วนหลัก”ทิศทางพัฒนาภาคกลาง”เข้า ครม.สัญจรที่อยุธยา

  •  
  •  
  •  
  •  

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมชงข้อมูล 3 ส่วนหลัก  “ทิศทางการพัฒนาภาคกลาง” ผ่านวีดีทัศน์  การยกระดับการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ ศพก. และ โครงการ 9101 เข้า ครม.สัญจรที่พระนครศรีอยุธยา ระหว่าง 18 – 19 ก.ย.60นี้  ระบุโครงการเร่งด่วนปี 2561 – 2562 มีถึง 104 โครงการ เป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทาน บรรเทาพื้นที่น้ำท่วม 2.5 ล้านไร่ ใช้งบฯ 37,645 ล้านบาท

         วันที่ 18 ก.ย.60 – พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการลงพื้นที่เดินทางไปตรวจราชการ จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของคณะนายกรัฐมนตรี และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่าง 18 – 19 ก.ย.60 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอข้อมูล 3 ส่วนหลัก คือ “ทิศทางการพัฒนาภาคกลาง” ผ่านวีดีทัศน์  การยกระดับการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ ศพก. และ โครงการ 9101ฯ และโครงการเปิดน้ำเข้านา – ปล่อยปลาเข้าทุ่ง และ การบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ณ ปตร.บ้านแพน ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

          สำหรับเนื้อหาในวิดิทัศน์ “ทิศทางการพัฒนาภาคกลาง” ของกระทรวงเกษตรฯ ได้สรุปแนวทางการพัฒนาด้านกาเกษตร เพื่อบรรลุยุทธศาสตร์การพัฒนาฯ ของรัฐบาล อาทิ การบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มีน้ำเพียงพอ และ ลดความเสี่ยง  การยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก. พร้อมพัฒนา และจัดสรรให้เกษตรกรที่ยากไร้ ลดความเหลื่อมล้ำ   การเสริมสร้าง ศพก. ให้เข้มแข็ง การส่งเสริมการทําเกษตรแปลงใหญ่  การปรับเปลี่ยนการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้/ผลผลิต โครงการ 9101ฯ เพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชน และ วางรากฐานการพัฒนาภาคการเกษตร เป็นต้น

          ขณะที่โรงเรียนชาวนา จ.สุพรรณบุรี  ซึ่งทางจังหวัดได้ดําเนินการโรงเรียนชาวนา จ.สุพรรณบุรี ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ภายในศูนย์วิจัย ข้าวสุพรรณบุรี ตั้งแต่ปี 2558 โดยนักเรียนมาจากเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรกร ศพก., เกษตรกรแกนนํา, ครูบัญชีอาสา, ผู้ใหญ่บ้าน และ เกษตรกรทั่วไป  โดยเน้นการศึกษาระบบนิเวศในแปลงนา ได้แก่ การเก็บตัวอย่างดิน การคัดเมล็ดพันธุ์ การใช้ยาคุมยาฆ่าหญ้า การ ผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มา, สารสะเดา/ฮอร์โมนไข่, โรคพืช, การบวนการ GAP และ การวิเคราะห์ต้นทุน – กําไร ซึ่งผลการดําเนินการที่ผ่านมา พบว่า นาแปลงใหญ่ ลดต้นทุน จาก 5,505 บาท/ไร่ เหลือ 4,405 บาท/ไร่ ศพก. ลดต้นทุน จาก 5,505 บาท/ไร่ เหลือ 4,405 บาท/ไร่ เกษตรกรแกนนําลดต้นทุน เหลือ 2,800 – 3,500 บาท/ไร่  เกษตรกรทั่วไป ลดต้นทุน จาก 5,705 บาท/ไร่ เหลือ 4,546 บาท/ไร่

 ขณะที่การเกษตรแบบแปลงใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา  มีแปลงใหญ่ จํานวน 30 แปลง แบ่งเป็น  แปลงข้าว จํานวน 26 แปลง รวมพื้นที่ 42,045 ไร่ เกษตรกร 1,622 ราย แปลงผัก จํานวน 3 แปลง รวมพื้นที่ 532 ไร่ เกษตรกร 164 ราย   แปลงปศุสัตว์ (พืชอาหารสัตว์) จํานวน 1 แปลง พื้นที่ 358 ไร่ เกษตรกร 26 ราย  ซึ่งในส่วนของการทำนาแปลงข้าวเกษตรกรเริ่มทําการเพาะปลูกตั้งแต่เดือน เม.ย. 60 ตามแผนการปรับระยะเวลาการปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนน้ำหลาก สามารถใช้ทุ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลากได้ และมีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ตั้งแต่ เดือน ส.ค. – ธ.ค. 60 โดยเป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพเหมาะแก่การบริโภค 5 พันธุ์ และ มีผลผลิตข้าวเปลือกรวม 13,955.92 ตัน ดังนี้  1. ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ผลผลิต 276.65 ตัน 2. ข้าวปทุมธานี 1 ผลผลิต 3,552.32 ตัน  3. ข้าวชัยนาท 1 ผลผลิต 589.97 ตัน 4. ข้าวพิษณุโลก 2 ผลผลิต 3,309.04 ตัน 5. ข้าว กข. 31 ผลผลิต 6,227.94 ตัน แปลงใหญ่ข้าว ได้มีการทํา MOU ระหว่างประธานแปลงใหญ่กับผู้ประกอบโรงสี ซึ่งหลังจากเก็บ เกี่ยวผลผลิตแล้ว เกษตรกรขายผลผลิตให้กับโรงสีที่ทํา MOU และ โรงสีในพื้นที่ใกล้เคียง

          สำหรับการบริหารจัดการน้ำภาคกลาง ในปี 2557 – 2560 มีการดำเนินการรวม 238 โครงการ  แบ่งเป็น การแก้ปัญหาน้ำแล้ง 193 โครงการ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 297,751 ไร่ เพิ่มน้ำ 125 ล้าน ลบ.ม. แก้ปัญหาน้าท่วม 45 โครงการ บรรเทาพื้นที่น้ำท่วม 400,000 ไร่ ซึ่งแผนการดําเนินการต่อไป  มีเป้าหมายในการลดพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2554 จะลดได้ 1.70 – 5.04 ล้านไร่ โดยตัดยอดน้ำหลากหน้าเขื่อนเจ้าพระยา ได้เพิ่มขึ้น 880 ลบ.ม./วินาที เพิ่มการระบายน้ำของแม่น้ำท่าจีนลงสู่ทะเลได้ 600 – 650 ลบ.ม./วินาที เพิ่มความสามารถในการระบายน้ำบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา 1200 ลบ.ม./วินาที  เก็บกักน้ำหลาก ไว้ในคลองขุดใหม่ได้รวม 200 ล้าน ลบ.ม. และ ในพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 1,500 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูแล้ง – โครงการที่สําคัญ โครงการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง โครงการแก้ปัญหาพื้นที่แห้งรอยต่อสุพรรณบุรี – กาญจนบุรี – โครงการบรรเทาอุทกภัยเพชรบุรี และ โครงการบรรเทาอุทกภัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

          ส่วนโครงการเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปี 2561 – 2562 จํานวน 104 โครงการ เป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 500 ไร่ และ บรรเทาพื้นที่น้ำท่วม 2.5 ล้านไร่ งบประมาณ 37,645 ล้านบาท เป็นงบกลางปี 2561 จํานวน 5,354 ล้านบาท อาทิ การปรับปรุงคลองระพีพัฒน์ และ โครงข่ายระบบชลประทาน การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ําบรรเทาอุทกภัยบางสะพาน   การแก้ไขปัญหาพื้นที่แห้งแล้งรอยต่อจังหวัดสุพรรณบุรี – จังหวัดกาญจนบุรี (ฝาย) การปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำสู่แก้มลิงคลองมหาชัย – คลองสนามชัย/แม่น้ำท่า จีน (สถานีสูบน้ำ/เสริมคัน  โครงการคลองน้ำหลากบางบาล – บางไทร และ ปตร.คลองบางหลวง  เป็นต้น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ