ฮีอฮา! นายกฯลงไถ่นา..ยันให้ความสำคัญภาคเกษตรไม่เลือกข้าง

  •  
  •  
  •  
  •  


นายกฯลุยพื้นที่ ไปพบนักเรียนเกษตรกร ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติสุพรรณบุรี  ยืนยันรัฐบาลได้ให้ความสำคัญด้านการเกษตรกรรมของประเทศ ไม่ได้เลือกข้างไหน  ระบุต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน ที่ต้อง เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน อย่างมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน

          วันที่18 กันยายน 2560 –  เมื่อเวลา 11.30 น.  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางมายังโรงเรียนเกษตรกรชาวนา สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี  เพื่อเยี่ยมชมอาคารปฏิบัติการวิจัยด้านข้าว  งานเครื่องมือวิจัยข้าว และเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรีและชมสาธิตการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ พันธุ์ กข 43

          สำหรับโรงเรียนเกษตรกรชาวนา คือ สถานที่ที่ชาวนาได้รับการฝึกอบรมตลอดฤดูกาลเพาะปลูก โดยการฝึกอบรมในแปลงนานี้เกษตรกรจะได้เรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ  มีแปลงทดลองเพื่อการเรียนรู้  ฝึกการคิด วิเคราะห์ ก่อนตัดสินใจ โดยมีการทำงานเป็นกลุ่ม เรียนรู้การใช้ศัตรูธรรมชาติควบคุมศัตรูพืช  เรียนรู้การใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช หรือวัชพืช  การปฏิบัติจริงด้วยตนเอง และการเสริมวิชาการองค์ความรู้ต่างๆ จนได้ผลผลิตที่มีความปลอดภัย   อีกทั้ง ทางด้านการผลิต การแปรรูป  และการตลาดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน  สามารถเชื่อมโยงกลุ่มการผลิตเข้าสู่ตลาดได้ ตลอดจนสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

          นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มาพบนักเรียนเกษตรกรในวันนี้  ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญด้านการเกษตรกรรมของประเทศไทย วันนี้รัฐบาลไม่ได้เลือกข้างไหน  เราต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน รัฐบาลทำคนเดียวไม่ได้ทำทุกอย่างไม่ได้ ถ้าเราไม่เข้มแข็งด้วยตัวของเราเอง ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้ว่าให้เข้มแข็งจากภายใน ระเบิดจากข้างในเกษตรกรชาวนาต้องเข้มแข็งจากตัวเอง มีผู้นำชาวนาขึ้นมา มีกระบวนการเรียนรู้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร ทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน อย่างมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืนนอกจากนี้ ประเทศไทยมีเกษตกรรมจำนวนมากไม่ใช่เฉพาะการทำนา  ยังมีพืชหลักอีก 6ชนิด ที่ต้องปรับทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ที่ต้องมีความทันสมัย ซึ่งวันนี้รัฐบาลได้มีการพัฒนาแอพลิเคชั่นต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เข้าถึงเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องอากาศทั้งประเทศ ฯลฯ  ซึ่งทุกคนต้องรับรู้และเรียนรู้เพื้อพัฒนาการเกษตรให้ทันสมัย

         นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศมา ซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเราทุกคนที่ได้มาพัฒนาข้าวพันธุ์ กข 43 เป็นข้าวที่พัฒนาระหว่างพันธุ์ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี ที่มีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวพันธุ์อื่น และเข้าโครงการนาแปลงใหญ่ภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของตลาด และ ต้องการให้เกษตรกรชาวนาเรียนรู้ระบบการค้ามากขึ้น มีจุดขายของตนเอง เพื่อให้สินค้าไปสู่ตลาดโลก

         พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค  และร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนไทยการบริโภคข้าวเพื่อสุขภาพ ซึ่งได้มีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น

         จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังแปลงสาธิตการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่  พันธุ์ กข 43   โดยได้นั่งรถไถนาที่พ่วงกับเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวรุ่นดัดแปลงสำหรับนาน้ำตม สร้างความฮอืฮาให้กับนักเรียน เกษตรกร และผู้ติดตาม ก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนักเรียนเกษตรกรชาวนาและชาวสุพรรณบุรี

ที่มา: กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษกทำเนียบรัฐบาล