ชาวไร่อ้อยวังขนายคนเก่ง..คว้ารางวัลชาวไร่อ้อยดีเด่นปี 60

  •  
  •  
  •  
  •  

 

         ชาวไร่อ้อยของกลุ่มวังขนาย คว้ารางวัลชาวไร่อ้อยดีเด่นประจำปี 2560 จากสำนักงานณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติชาวไร่อ้อยที่มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพอ้อยอย่างต่อเนื่องโดยมีผลงานดีเด่นในด้านการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ด้านการจัดการพันธุ์อ้อยด้านการจัดการน้ำ ด้านการจัดการดินและปุ๋ยมีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นชาวไร่ตัวอย่างในการผลิตอ้อยและเป็นชาวไร่ที่มีการจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่ตลอดจนชาวไร่อ้อยดีเด่นของสถาบันชาวไร่อ้อยต่างๆ ทั่วประเทศ

          ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชาวไร่อ้อยทั่วไปได้นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการปลูกอ้อยซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมีความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป

         นางสาวธัญรักษ์ ณ วังขนาย ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มวังขนายกล่าวว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ชาวไร่อ้อยของกลุ่มวังขนายทั้ง 4 โรงงานได้รับรางวัลชาวไร่อ้อยดีเด่นประจำปี 2560 ถึง 10 ท่านด้วยกัน คือ

         นายบุญปลูก แสงรักษาวงศ์รางวัลชาวไร่อ้อยพึ่งพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในเขตภาคกลางนายณรงค์ จาดใจดี และนายไพเราะ เกิดแก้วรางวัลชาวไร่อ้อยที่มีการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้านการจัดการพันธุ์อ้อย

นายธันยพัฒน์ มั่งมีธนพิบูลย์รางวัลชาวไร่อ้อยที่มีการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้านการจัดการดินและปุ๋ย

 

         นายสมดี ดำรงภูมิ นางบุญเหลือ ทองรักษาวงศ์และนายเถลิงศักดิ์ ชูเมืองรางวัลชาวไร่อ้อยที่มีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นายไสว เหล็งหวานรางวัลชาวไร่อ้อยตัวอย่างด้านการบริหารจัดการพื้นที่ปลูก

          นางชูนิทยางนอก และนายรัฐพงศ์ พรมเลา รางวัลชาวไร่อ้อยดีเด่นของสถาบันไร่อ้อยซึ่งชาวไร่อ้อยทั้ง 10 ท่านที่ได้รับรางวัลเป็นชาวไร่ของกลุ่มวังขนายที่ปลูกอ้อยมานานหลายปีและยังเป็นชาวไร่ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆที่พร้อมจะพัฒนาเพิ่มผลผลิตการปลูกอ้อยให้ดียิ่งขึ้นตลอดจนลดการใช้สารเคมีในการปลูกอ้อยอีกด้วย

          นางบุญเหลือ ทองรักษาวงศ์ ชาวไร่อ้อย วัย 67 ปีที่ได้รับรางวัลชาวไร่อ้อยที่มีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เล่าว่า เริ่มปลูกอ้อยตั้งแต่ พ.ศ.2532 โดยใช้ปุ๋ยเคมีและใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชมานานหลายปี ทำให้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงจนกระทั่งกลุ่มวังขนายได้เข้ามาแนะนำโครงการปลูกอ้อยอินทรีย์โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี จึงเข้าร่วมโครงการปลูกอ้อยอินทรีย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 รวมระยะเวลา 7 ปีทำให้ป้าลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืชแม้ว่าปลูกอ้อยอินทรีย์จะเห็นผลช้าหน่อย แต่ระยะยาวจะได้ผลผลิตดีที่สำคัญคือ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ป้าแข็งแรง มีแรงที่จะทำงานเมื่อก่อนปลูกอ้อยแบบใช้สารเคมี ทำแป๊บเดียวก็เหนื่อยแล้วต้องกินอาหารเสริมทุกวันเพราะไม่มีแรง

          “ตอนนี้ป้าไม่ต้องกินอาหารเสริมแล้ว มีแรงทำงานได้ นอนหลับสนิททุกคืนแถมยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่าเดิม ที่สำคัญก็คือ ป้าไม่เคยเผาอ้อยเลยตัดอ้อยสดอย่างเดียว หญ้าที่ขึ้นข้างทางหรือบริเวณบ้านก็ไม่ใช้สารเคมีฉีดแต่จะใช้รถไถเล็กไถกลบหญ้า มันเป็นปุ๋ยในดินที่ดีมาก”

         ท้ายสุดป้าบุญเหลือ ย้ำว่า จะดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีที่สุดให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ไว้ใช้หายใจไปนานๆถึงรุ่นลูกหลาน

          ด้านนายสมดี ดำรงภูมิ ชาวไร่อ้อยวัย 59 ปีที่ได้รับรางวัลชาวไร่อ้อยที่มีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เล่าว่า เวลาทำไร่อ้อยจะตระหนักถึงความปลอดภัยโดยการสวมใส่รองเท้าบูท ถุงมือผ้าปิดจมูก แว่นตา แต่งตัวให้เหมาะสมต่อการทำไร่อ้อยและจะตัดอ้อยสดเท่านั้น ไม่เผาใบ เพราะการเผาใบอ้อยนอกจากทำให้เกิดปัญหามลภาวะแล้ว ยังทำให้น้ำหนักอ้อยและค่าความหวานของอ้อยน้อยลง มีผลให้รายได้น้อยตามไปด้วย

         นอกจากนี้ การเผาอ้อยทำให้อินทรียวัตถุในดินน้อยลง ดินทึบแน่นขึ้นดินไม่อุ้มน้ำ ไม่มีใบอ้อยคลุมดิน วัชพืชขึ้นได้ง่าย มาแย่งอาหารอ้อยทำให้ตออ้อยแคระแกร็น แถมบรรดาแมลงศัตรูอ้อยบินมาวางไข่เติบใหญ่เป็นหนอน สามารถชอนไชไปทำลายตอได้ง่ายที่สำคัญยังเป็นการทำลายปุ๋ย เพราะเศษซากใบอ้อยมีปุ๋ยไนโตรเจน 0.35 -0.66 เปอร์เซ็นต์

         ในช่วงระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวอ้อย นายสมดีได้ปลูกพืชผักสวนครัวและผลไม้นานาชนิดตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่ว่า“ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก”ผักสวนครัวที่ปลูกสามารถนำไปประกอบเป็นอาหารเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว และมีรายได้จากการขายผลไม้ที่ปลูก ได้แก่มะพร้าวน้ำหอม ลำไย กระท้อน ฝรั่ง ชมพู่ มะไฟ กล้วย ขนุน ลูกหว้า มะม่วงน้อยหน่า ซึ่งนอกจากจะขายได้แล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นขนมหวานได้หลากหลายอย่างสร้างเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย