คิกออฟโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ ยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ

  •  
  •  
  •  
  •  

กระทรวงเกษตรฯ คิกออฟโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ ยิ่งใหญ่ พร้อมกันทั่วประเทศ ณ ศพก. จ.ลพบุรี

           พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ว่า ตามที่ ครม. มีมติ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 60 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ นั้น ขณะนี้ได้ขับเคลื่อนงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคน ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อให้งบประมาณลงสู่ชุมชน ถึงมือเกษตรกรอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม

            ขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการทำงานร่วมกับชุมชนในทุกโครงการ จะต้องโปร่งใส มีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยง รวมทั้งต้องทำงานอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ การกำกับ ติดตาม และประเมินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความยั่งยืน รวมทั้งจะต้องประเมินผลของโครงการได้ ภายในวันที่ 5 ธ.ค. 60 ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงจัดงานเปิดตัวโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของเกษตรกรที่ได้ทุ่มเท เดินตามทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. 9 ได้พระราชทานไว้ อีกทั้งเพื่อเทิดพระเกียรติ ร.9  และ ร.10 

           สำหรับความก้าวหน้า โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ ขณะนี้ มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 9,101 ชุมชน โดยมีจำนวนโครงการที่คณะกรรมการฯ ระดับอำเภอ พิจารณาอนุมัติโครงการ และสำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติงาน และแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน 24,168 โครงการ วงเงิน 19,867.20 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.32 ของวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ (22,752.50 ล้านบาท) โดยโอนเงินลงถึงชุมชนแล้วทุกโครงการ สัดส่วนของรายการใช้จ่ายงบประมาณ แบ่งเป็นค่าวัสดุและอุปกรณ์ 9,897.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 49.82  และค่าจ้างแรงงาน 9,969.93 ล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ 50.18  มีจำนวนสมาชิกกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินโครงการ 1.56 ล้านราย รวมจำนวนเกษตรกรที่คาดว่าได้รับประโยชน์จากโครงการฯ ทั้งประเทศ 7.78 ล้านราย

          นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการนี้ขับเคลื่อนเป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ด้วยความทุ่มเทของเกษตรกร ในพื้นที่มี ศพก. เป็นกลไกในการทำงาน ช่วยขับเคลื่อนและตรวจสอบความโปร่งใส ขณะนี้ขับเคลื่อนพร้อมกันทั่วประเทศ จำนวนกว่า 24,168 โครงการ แบ่งประเภทโครงการ ดังนี้ 1. ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 8,505 โครงการ งบประมาณ 10,572.39 ล้านบาท  2. ด้านการผลิตพืชและพันธุ์พืช จำนวน 5,043 โครงการ งบประมาณ 3,157.92 ล้านบาท  3. ด้านการปศุสัตว์ จำนวน 3,474 โครงการ งบประมาณ 2,044.07 ล้านบาท  4. ด้านการผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิต และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จำนวน 2,900 โครงการ งบประมาณ 1,221.43 ล้านบาท  5. ด้านการประมง จำนวน 2,596 โครงการ งบประมาณ 1,387.27 ล้านบาท  6. ด้านฟาร์มชุมชน จำนวน 954 โครงการ งบประมาณ 1,007.15 ล้านบาท  7. ด้านการจัดการศัตรูพืช จำนวน 442 โครงการ งบประมาณ 231.51 ล้านบาท  8. ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน จำนวน 212 โครงการ งบประมาณ 225.98 ล้านบาท  และด้านการเกษตรอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงบำรุงดิน จำนวน 42 โครงการ งบประมาณ 16.40 ล้านบาท  ซึ่งได้โอนเงินให้คณะกรรมการฯ ระดับชุมชน ครบถ้วนแล้ว 

            “สำหรับโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ เกิดประโยชน์กับเกษตรกรหลายด้าน สำหรับผลที่เกิดทันที คือ เกษตรกรได้รับค่าแรง การจัดซื้อวัสดุ/อุปกรณ์ในท้องถิ่น เกิดรายได้ และเงินหมุนเวียนในชุมชน ผลต่อมาคือเกิดผลผลิต เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ผลผลิตต่าง ๆ นำไปใช้เองลดต้นทุน หรือ นำไปขายสร้างรายได้ และต่อยอดไปถึงการนำผลกำไร ไปดำเนินการซ้ำต่อไป ทำให้เกิดการจ้างงาน ขยายกิจการ เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคีในชุมชน ให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ปัญหาที่แท้จริงในชุมชนต่อไปได้ ”  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว