“ประพัฒน์”ดันให้ภาคเกษตรหลุดพ้นพึ่งรัฐ

  •  
  •  
  •  
  •  

สภาเกษตรกรฯ”เตรียมเสนอยุทธศาสตร์หลัก 5 ข้อ เข้าที่ประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในวันที่  21 พฤศจิกายน 2560 นี้  เน้นสร้างความมั่นคง ข้มแข็งของเกษตรกร และภาคชนบทใน เป้าหมายต้องการให้ภาคเกษตรหลุดพ้นจากการพึ่งพารัฐ เป้าหมายหวังจะนำพาชาติให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ

            นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า  คณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร  สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้จัดการประชุม เพื่อพิจารณากรอบจัดทำยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคชนบท เพื่อเสนอในที่ประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 นี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฐานรากของชาติมั่นคง  เศรษฐกิจของประชาชนมั่งคั่ง  ด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในหลักการ ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยแนวทาง “การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม”

           เป้าหมายของยุทธศาสตร์คือต้องการให้ภาคเกษตรหลุดพ้นจากการพึ่งพารัฐ  และเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาชาติให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ โดยมีแนวนโยบายและระบบบริหารจัดการภาครัฐที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ และมีกระบวนการส่งเสริมแบบใหม่ ที่เน้นการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร ด้วยข้อเสนอยุทธศาสตร์หลัก 5 ข้อคือ

         1.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก  2.การเชื่อมโยงความสามารถของเกษตรกรและการเข้าถึงฐานทรัพยากร  3.การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (bio economy) และความหลากหลายทางชีวภาพ  4.การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคมของชุมชนเกษตรกรรม และ  5.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์  

         วิธีการสำคัญที่กำหนดเป็นแนวทางในยุทธศาสตร์ คือ ระบบการจัดการจากล่างสู่บนตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชนท้องถิ่นตามสภาพภูมิสังคมขึ้นมา เพื่อให้เข้าถึงทรัพยากรในการผลิตที่ใช้ฐานความรู้จากนวัตกรรมเทคโนโลยีผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นนำสู่เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม และองค์กรเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพ พลังงาน  

       โดยภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการควบคุมและกำหนด เป็นการกำกับและสนับสนุน  สร้างระบบสนับสนุนด้านนโยบาย ข้อมูล ระบบกองทุน แก้ไขกฎหมายที่สร้างข้อจำกัด มาตรการทางภาษี รวมถึงหน่วยงานที่เป็นกลไก ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้มีอิสระในการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย แผนงาน และบริหารจัดการด้วยตนเอง สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน น้ำ ป่าไม้ พันธุกรรมพืชและสัตว์  เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร