ยันระดับน้ำในเจ้าพระยาสูงขึ้นแค่นิดเดียว

  •  
  •  
  •  
  •  

ถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(13 ต.ค. 60) ปริมาณน้ำที่ไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่อ.เมืองนครสวรรค์ทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังไม่ถึง 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับในอ่างเก็บนำขนาดกลางและใหญ่รวมแล้วรวมทั้งสิ้น 56,477 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุทั้งประเทศ

         นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังจากที่ได้มีการทยอยเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พบว่าวันนี้(13 ต.ค. 60) ปริมาณน้ำทางตอนบนที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,719 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.64 เมตร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวานนี้(12 ต.ค.) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังคงงดการระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด

          สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อน 2,565 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดสิงห์บุรี และอ่างทอง วันนี้(13 ต.ค. 60)เพิ่มขึ้นจากวานนี้(12 ต.ค.) 5 เซนติเมตร ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากวานนี้ 3 เซนติเมตร ,บ้านบางหลวงโดด อ.บางบาล ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากวานนี้ 6 เซนติเมตร และที่บ้านบางบาล อ.บางบาล ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากวานนี้ 5 เซนติเมตร คาดว่าระดับน้ำบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะสูงสุดไม่เกิน 15 เซนติเมตร ในวันนี้(13 ต.ค. 60) และที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,560 ลบ.มต่อวินาที

        กรมชลประทานยังคงบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่าง โดยการทดระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ไหลมาจากจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อชะลอน้ำไว้ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม พร้อมกับใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกรับน้ำเข้าไปอย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันรับน้ำเข้าไปรวมกันวันละ 517 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่งรับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งต่างๆ รวม 12 ทุ่ง ช่วยบรรเทาและลดยอดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้มากกว่า 980 ล้านลูกบาศก์เมตร
         ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปัจจุบัน(13 ต.ค.60)มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 56,477 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด เป็นน้ำใช้การได้ 32,950 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 47 สามารถรองรับน้ำได้อีก 14,663 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 18,873 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้ 12,177 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 67 สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันอีกกว่า 6,018 ล้าน ลบ.ม.

ที่มา : ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน