“ประยุทธ์”ถก”ทรัมป์”วอนให้ซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม ยัน”อมริกา เฟิร์สต์”สอดล้อง”ไทยแลนด์4.0”

  •  
  •  
  •  
  •  

 “ประยุทธ์”โว เจรจา”ทรัมป์” ประสบผลงานผลสำเร็จอย่างงดงาม  วอนสหรัฐฯซื้อสินค้าเกษตรไทยเพิ่ม พร้อมชวนลูกสาว”Ivanka Trump” มาเยือนไทยพิสูจน์การต่อต้านค้ามนุษย์ ระบุไทย-มะกันมีนโยบายและแนวทางเดียวกัน เน้นให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย ชี้นโยบาย America First ของ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สอดคล้องและเชื่อมโยงกับ นโยบาย Thailand 4.0 ของไทย  เพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

         วันที่ 3 ต.ค.60 รายงานจาก กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ วันที่ 2 ตุลาคม 2560) ( ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า ได้แสดงความขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ”นายโดนัลด์  เจ ทรัมป์” และภริยา สำหรับการต้อนรับอย่างดียิ่ง เต็มไปด้วยมิตรไมตรี และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งนับว่าการเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ซึ่งเป็นการเยือนในระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการของไทยในรอบ 12 ปี

          การเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ ยืนยันว่า ประสบผลสำเร็จน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง และนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติจากพายุเฮอริเคนที่เปอโตริโก และเหตุโศกนาฎกรรมที่ลาสเวกัส ด้วย ไทย-สหรัฐฯมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นมิตรกันมายาวนาน 184 ปีในปีนี้ และย้อนไปเกือบ 200 ปีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน

         ทั้งนี้ ไทยและสหรัฐฯ ต่างมีนโยบายและแนวทางเดียวกัน คือ การให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งนโยบาย America First ของ นายโดนัลด์  เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สอดคล้องและเชื่อมโยงกับ นโยบาย Thailand 4.0 ของไทย  เพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน อย่างเท่าเทียมและคลอบคลุม

         ส่วนในการหารือเต็มคณะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการหารือหลายประเด็น อาทิ ด้านความมั่นคง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐฯได้เห็นพ้องร่วมกันว่าเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ และมีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ตัวอย่างความร่วมมือที่ดีได้แก่ การฝึกซ้อม Cobra Gold พร้อมกันนี้ ไทยและสหรัฐฯจะขยายความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญนาง Ivanka Trump บุตรสาวประธานาธิบดีสหรัฐฯที่มีความสนใจและมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ เยือนไทยเพื่อดูงานและความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหา

          นอกจากนี้ จะขยายความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและส่งเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านข่าวกรอง พร้อมทางหาแนวทางว่าจะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในภูมิภาค รวมทั้ง การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ ด้วย

         สำหรับประเด็นด้านความร่วมมือเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในประเด็นต่างๆ เช่น สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี ซึ่งไทยยืนยันดำเนินการตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และสนับสนุนให้เกาหลีเหนือเข้าสู่การเจรจา ส่วนสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ไทยและสหรัฐฯร่วมผลักดันการแก้ปัญหา ตามหลักมนุษยธรรม รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย

           ด้านการค้าและการลงทุน ตามสนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ปี ค.ศ 1966 ทำให้นักธุรกิจอเมริกันได้ประโยชน์เหมือนคนไทยในการลงทุนที่ประเทศไทย พร้อมทั้ง ร่วมผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้สูงขึ้น โดยกลไกที่มีอยู่ พร้อมตั้งกลไกใหม่ๆเพื่อสนับสนุนหามีปัญหาติดขัด โดยขณะนี้ นักลงทุนไทยมีการลงทุนในสหรัฐฯทั้งหมด 23 บริษัท มูลค่าการลงทุนรวม 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีแผนเพิ่มการลงทุนอีกรวม 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จะสามารถสร้างงานได้มากกว่า 8,000 ตำแหน่ง จึงขอให้สหรัฐฯได้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนไทยเหล่านี้ พร้อมทั้ง ขอให้สหรัฐฯ เปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยมากขึ้น

          ภายหลังการหารือแล้วนายกรัฐมนตรีของไทยและประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท PTTGC America LLC กับหน่วยงาน JobsOhio ว่าด้วยความร่วมมือในการศึกษา วางแผน และจัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่เขตเบลมอนต์ (Belmont County) ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานปิโตรเคมีด้วย
 

ที่มา ภาพ/ ข่าว:กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล