นายกฯเปิดแล้ว!ตลาดใหม่กรุงศรีรูปทรงย้อนยุค

  •  
  •  
  •  
  •  

นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีร่วมทำบุญตักบาตรทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ร่วมกับชาวอยุธยา พร้อมเดินทางด้วยรถรางไปทำพิธีเปิดตลาดใหม่ของจังหวัด กรุงศรี”เป็นเหมือนป้อมค่ายสมัยสมเด็จพระนเรศวร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวก่อนเข้าประชุม ครม.สักจร

          เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่19 ก.ย. 60 พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะคณะรัฐมนตรี ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเดินทางโดยรถรางเพื่อไปทำพิธีเปิดตลาดกรุงศรี ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

         ทั้งนี้ ตลาดกรุงศรีเป็นตลาดใหม่ของจังหวัด รองรับร้านค้าที่ถูกจัดระเบียบซึ่งเดิมอยู่หลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เป็นจุดขายสินค้าชื่อดังของจังหวัด มีทั้งอาหารและของที่ระลึก ตลาดมีการสร้างเป็นเหมือนป้อมค่ายสมัยสมเด็จพระนเรศวร  จึงนับเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ก่อนที่นำคณะรัฐมนตรีเข้าประชุม ครม.สัญจร ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

          สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีฯ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี้ คณะรัฐมนตรีมีวาระพิจารณาแผนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาภาคกลาง เพื่อเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ให้บรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ในรอบเวลาที่กำหนดคือ พัฒนาภาคกลางสู่มหานครทันสมัยและเป็นฐานการเชื่อมโยงประเทศไทยสู่เส้นทางขนส่งสองฝั่งทะเล โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนาประกอบไปด้วย
          1. พัฒนากรุงเทพฯ เป็นมหานครทันสมัยระดับโลกควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง
          2. พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและสร้างความเชื่อมโยงเพื่อกระจายการท่องเที่ยวทั่วทั้งภาค
          3. ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
          4. บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคงความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
          5. เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย – ภาคกลาง – ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และ
          6. พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาคเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ
          ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้ติดตามประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทิศทางการพัฒนาของภาคกลาง พร้อมทั้งโครงการตามแผนบูรณาการการส่งเสริมความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) โดยเฉพาะโครงการสำคัญขนาดใหญ่ในพื้นที่ด้วย

ที่มา : กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สำนักโฆษก ทำเนีบนัฐบาล