ไทยยืนกรานหนุน”เจตนารมณ์อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง”

  •  
  •  
  •  
  •  

          รมต.เกษตรฯ ลุ่มน้ำโขง : พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม  ครั้งที่ 2 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ไทยยืนกราน ให้การสนับสนุนตามเจตนารมณ์อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลก “ฉัตรชัย” ระบุเห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงปี 2018-2022 และแผนปฏิบัติการเสียมราฐ ชี้สอดคล้องกับตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทย ทั้งในระยะสั้น5 ปี และในระยะยาวหรือ 20 ปี

          พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเกษตรอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2 ณเมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา

          ทั้งนี้ทางฝ่ายไทยโดยกระทรวงเกษตรฯได้ยืนยันให้การสนับสนุนตามเจตนารมณ์อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลก โดยได้เห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงปี 2018-2022 และแผนปฏิบัติการเสียมราฐที่นำเสนอในครั้งนี้ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทย ทั้งในระยะสั้นหรือ5 ปี และในระยะยาวหรือ 20 ปี ตั้งแต่การจัดสรรที่ดินทำกินและการเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงทรัพยากรทางการเกษตรอย่างทั่วถึง การสนับสนุนการทำการเกษตรที่ปลอดภัยทั้งสินค้าเกษตรแบบ GAP และแบบอินทรีย์ ที่ปลอดภัยกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมถึงการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนทั้งในเชิงพาณิชย์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อลดต้นทุนและร่วมกันผลิตและเชื่อมโยงสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

            อีกทั้งในเชิงการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่ง ไว้ทำการเกษตรเพื่อยังชีพแบบพอเพียงด้วยทั้งนี้ การให้การรับรองยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเป็นทางการและสมาชิกแต่ละประเทศได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมายในครั้งนี้นั้นจะมีการรายงานความคืบหน้านี้ต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำ GMS ครั้งที่ 6 ในเดือนมีนาคม 2561และนำเสนอโครงการภายใต้ภาคเกษตรโดยรวมเพื่อผนวกไว้ในแผนปฏิบัติการฮานอย (Hanoi Action Plan)ปี 2561 – 2565 เนื่องจากยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนและมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านกลไกประชารัฐ อันประกอบด้วยภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม

          ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยและประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงจะยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรสู่การผลิตยุค 4.0ซึ่งก็คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเกษตร ทั้งเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมและเครื่องจักรกล และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดเกษตรกรรมอัจฉริยะ และเกษตรกรรมแม่นยำสูงโดยคงไว้ซึ่งความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า “เกษตรกรรมสีเขียว”และตอบสนองความต้องการของตลาด ในสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งถึงปลายทางที่ผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า “เกษตรกรรมประณีต”รวมไปถึงการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิม

         นอกจากนี้ไทยยังได้เสนอแนวทางเพื่อร่วมกันผลักดันยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอนุภูมิภาคโดยประเทศสมาชิกควรแสวงหาศักยภาพของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เติมเต็มซึ่งกันและกันขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญและส่งเสริมการลงทุนด้านการเกษตร เทคโนโลยีทางการเกษตรโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในภาคการเกษตรของภูมิภาคด้วย