เร่งจัดหาแหล่งน้ำลดขัดแย้งคนกับสัตว์ป่า

  •  
  •  
  •  
  •  

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และนำสัตว์ป่ากลับสู่บ้านเกิด เตรียมนำร่อง ใน 4 พื้นที่ 20 แห่ง

        (5 ก.ย.60) -กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และนำสัตว์ป่ากลับสู่บ้านเกิด โดยการพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาเติมให้กับแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำให้กับ สัตว์ป่า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวดิน ทำให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ป่า โดยมี พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม ระหว่าง นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 

         พลเอก สุรศักดิ์ กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศน์และสัตว์ป่า โดยในการดำเนินการจะนำร่อง ใน 4 พื้นที่ 20 แห่ง โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบลงไปในแหล่งน้ำที่มีอยู่เพื่อให้สัตว์ป่าและพืชป่า
มีความอุดมสมบูรณ์ และเมื่อดำเนินการในพื้นที่นำร่องแล้ว จะประเมินสถานการณ์ หากตอบโจทย์ดีแล้ว ก็จะทำการขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

          สำหรับขอบเขตความร่วมมือฯ ที่ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินการร่วมกัน มีดังนี้

          1) ร่วมมือดำเนินกิจกรรมพัฒนาระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และแหล่งอาหารในพื้นที่ของโครงการศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า ในเขตพื้นที่ความดูแลของอุทยานแห่งชาติทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

          2) การสำรวจพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า เพื่อป้องกันและระงับปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้งบริเวณป่าพรุโต๊ะแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจังหวัดนราธิวาส

          3) การพัฒนาแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยการสำรวจจัดหาหรือปรับปรุงแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่ รวมถึงร่วมกันคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในเขตป่าอนุรักษ์ และในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อศึกษาสำรวจพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนดังกล่าว และจัดตั้งเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบขนาดเล็กช่วยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่นให้แก่คนในชุมชนนำร่องในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต

          ทั้งนี้ การดำเนินการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า จะเริ่มดำเนินการในเขตพื้นที่อุทยาน 4 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน รวมถึง ให้ความสำคัญในพื้นที่ที่พบปัญหาไฟป่า เช่น เขตป่าอนุรักษ์พรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ส่วนเรื่องการพัฒนานำน้ำพุร้อนขึ้นมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนให้แก่โรงผลิตไฟฟ้า โรงอบแห้ง ตลอดจนโรงสปาน้ำแร่ธรรมชาติ จะเริ่มดำเนินการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ก็เป็นการสร้างพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป