นายกฯย้ำยึดหลัก”เศรษฐกิจพอเพียง”นำสู่”Thailand 4.0”

  •  
  •  
  •  
  •  

นายกรัฐมนตรีรวมพลเกษตรกรไทยทั่วประเทศแสดงพลังเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ชี้น การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมภาคการผลิตและการบริการ  ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0  เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่ รับการการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้

          เมื่อ เวลา 15.30 น. วันที่16 สิงหาคม 25 60  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี”ณ สวนลุมพินี  กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนประธานเครือข่ายแปลงใหญ่ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร คณะกรรมการวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเกษตรกร ประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2560

          ในอากาสนี้    นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้น นายกรัฐมนตรีประกอบพิธีเปิดกรวย และกล่าวถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ 

         พลเอกประยุทธ  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน“เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมีว่า  เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร   เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา  และเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร  ซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมงานด้านการเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย  โดยได้เสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร  สมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี ไปในการเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข  พัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดี  ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ อันเป็นการสืบสานพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์ทรงพระราชทานไว้หมดแล้ว 

          ดังนั้น ทุกคนต้องนำมาสานต่อยอดสิ่งเหล่านี้  อีกทั้ง   ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์เมื่อปี พ.ศ. 2545 เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ช่วยเหลือราษฎรในท้องถิ่นอีกด้วย

          “ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมภาคการผลิตและการบริการ  ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0  การสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ Value – Based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พร้อมทั้ง การนำพาประเทศก้าวผ่านกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศสู่ประเทศไทย 4.0 ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี  และเกษตรกรแบบผู้ประกอบการ  รวมถึง การพัฒนาเกษตรกรไทยให้เป็น Smart Farmer การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์  นอกจากนี้  รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในรูปแบบประชารัฐ ซึ่งเป็นการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยที่มีอาชีพเดียวกันให้มาร่วมกลุ่มกันเพื่อให้ต่อรองการรวมกลุ่มกันขายและการผลิตสินค้าแปลงใหญ่  การผลิตวางแผนการตลาดเพื่อการนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ในขณะที่ผลผลิตได้คุณภาพ มีการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย และต่อไร่มากขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมีการจัดการห่วงโซ่อุปทาน  ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรให้มีตรงตามความต้องการของตลาด” พลเอกประยุทธ์ กล่าว

          นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง  รัฐบาลได้กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยการดำเนินการผ่าน 3 โครงการหลักต่อเนื่องกัน 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560- 2564 ได้แก่โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีและโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ รวมทั้งการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากบัญชีงานวิจัยและนวัตกรรมไทยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมูลค่าผลผลิต  และยังส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี การกำหนดนโยบายให้ใช้ตลาดนำการผลิต โดยการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้มีการเชื่อมโยงตลาด พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคเอกชน ภาคประชาชน  ภาคสถาบันการเงินการธนาคาร สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ร่วมกันระดมความคิดผนึกกำลังกันขับเคลื่อนแบบบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ทั้งการผลิต การตลาด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไทยสามารถพัฒนาต่อยอดสู่ประเทศไทย 4.0 ไปพร้อมๆ กันกับทุกภาคส่วน

  ที่มา : กลุ่มยุทธศาสตร์และเผยแพร่ สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล

 

 

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ