“ฉัตรชัย” สั่งเร่งแผนระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

  •  
  •  
  •  
  •  

เร่งระบายน้ำ : พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัยจากพายุเซินกา ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วม และการบริหารจัดการน้ำ แผนการระบายน้ำ จากนายทองเปลว  กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ณ สะพานเสรีประชาธิปไตย (M.7) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  

………………………….

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมอุบลฯ สั่งเร่งแผนระบายน้ำลงแม่น้ำโขง หลังพบว่าพื้นที่การเกษตรเสียเกือบ 6 ล่านไร่ คาดเข้าสู่สภาวะปกติในอีก 2 สัปดาห์  ยันทำแผนฟื้นฟูภาคเกษตรเสริมรายได้หลังน้ำลด พร้อมเตรียมเสนอ 3 แผนแก้ท่วมอุบลฯ ระยะยาวในที่ประชุม ครม. สัญจรอีสาน 21 – 22 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่11 สิงหาคม 25 60) พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัยจากพายุเซินกา ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยจุดแรกได้เดินทางไปยังสะพานเสรีประชาธิปไตย (M.7) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบจากนายสมศักดิ์  จังตระกูล   ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  และการบริหารจัดการน้ำ แผนการระบายน้ำ จากนายทองเปลว  กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน  พร้อมรับฟังการรายงานการช่วยเหลือและแผนฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากนายสุริยันต์ บุญญานุกูล เกษตรและสหกรณ์ จ.อุบลราชธานี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (Single Command ) จ.อุบลราชธานี ก่อนไปยังจุดอพยพสัตว์ อ.วารินชําราบ เพื่อเยี่ยมชมการดําเนินการของจุดอพยพสัตว์ และมอบเสบียงสัตว์ ถุงยังชีพ ให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัย

พลเอกฉัตรชัย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีใน 2 ส่วนหลัก คือ  ติดตามการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากพายุเซินกา  และเตรียมการประชุม ครม.สัญจร ณ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 21 – 22 ส.ค. 60 นี้ โดยสถานการณ์น้ำท่วมพบว่า ยังมีอีก 8 จังหวัด 66 อําเภอ 478 ตําบล 3,958 หมู่บ้าน ได้แก่ ภาคอีสาน 7 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และ หนองคาย  ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา

สำหรับ จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันมีน้ำท่วม 9 อําเภอ แยกเป็น น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง และ อ.วารินชําราบ  น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร 7 อําเภอ ได้แก่ อ.ม่วงสามสิบ, อ.ดอนมดแดง, อ.ตระการพืชผล, อ.เดช อุดม, อ.เขื่องใน, อ.นาเยีย และ อ.สว่างวีระวงศ์  ขณะที่ผลกระทบด้านการเกษตร จากอุทกภัยในช่วงวันที่ 5 ก.ค. – 10 ส.ค. 60 ผลกระทบด้านการเกษตรทั่วประเทศ  ด้านพืช เกษตรกร 646,893 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 5.98 ล้านไร่    แบ่งเป็น ข้าว 5.48 ล้านไร่  พืชไร่ 0.44 ล้านไร่ พืชสวนและอื่นๆ 0.06 ล้านไร่ ด้านประมง เกษตรกร 40,685 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 33,260 ไร่ กระชัง 3,492 ตร.ม. ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 60,815 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 1,557,959 ตัว

ส่วนแผนการระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วมขังนั้น  กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยง ทั้งลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล โดยจัดจราจรน้ำในแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ช่วงอุบลราชธานี   เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำชีให้ไหลงลงแม่น้ำมูลออกสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว ด้วยการเปิดบานระบายน้ำของเขื่อนในแม่น้ำชีทุกแห่ง พร้อมใช้เครื่องผักดันน้ำชะลอน้ำจากแม่น้ำมูลโดยการลดบานเขื่อนราษีไศลลง และ ควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบ บริเวณด้านเหนือเขื่อนราษีไศล (ศรีสะเกษ) หากมีปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลมาจาก นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ จะทําการยกบานขึ้น เพื่อลดน้ำจากแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีมาบรรจบกัน ซึ่งคาดว่าวันนี้ ณ สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จะมีน้ำสูงสุด หลังจากนี้ระดับน้ำจะลดลง และคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งระหว่างนี้คาดว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 9,100 ไร่  แบ่งเป็น ท่วมระดับ 0.30 ม. จํานวน 1,400 ไร่  ท่วมระดับ 0.80 ม. จํานวน 2,700 ไร่  และท่วมระดับ 1.30 ม. อีกจํานวน 5,000 ไร่ ซึ่งได้สั่งการให้กรมชลประทานประสานจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่

ในด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ  ด้านปศุสัตว์ ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า สามารถอพยพสัตว์ได้ทั้งหมด และ ช่วยเหลือดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพสัตว์ โดยไม่พบความเสียหาย ในส่วนประมงส่วนใหญ่สามารถใช้ตาข่ายป้องกันได้ ส่วนของพืช โดยเฉพาะข้าว ซึ่งกรมการข้าวได้จัดชุดออกช่วยเหลือ แนะนํา สํารวจความเสียหายแล้ว ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะมีมาตรการฟื้นฟูโดยเร็วต่อไป

แนวทางการป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ในระยะยาว  ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจเชื่อมต่อกับประเทศลาว และ กัมพูชา มีแม่น้ำไหลมารวมกัน 3 สาย ใหญ่ คือ แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และ แม่น้ำโขง ซึ่งถือว่าน้ำจากทุกพื้นที่ในภาคอีสานไหลมารวมกันที่ จ. อุบลราชธานี พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะ อ.วารินชําราบ ซึ่งอยู่ติดกับ อ.เมือง  จากสถิติที่ผ่านมา ในรอบ 66 ปี มีน้ำท่วมมาก 22 ปี น้ำท่วมเล็กน้อย 18 ปี ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แต่ยังไม่มีโครงการแก้ไขป้องกันปัญหาน้ำท่วมเลย ดังนั้น  ในการประชุม ครม. สัญจร วันที่ 21 – 22 ส.ค. 60 กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอแนวทางการป้องกันน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี   ระยะยาว แบ่งเป็น 3 แผนหลัก คือ

  1. ลดปริมาณน้ำผ่าน อ.เมือง จ.อุบลราชธานีได้แก่  การสร้างทางผันน้ำแม่น้ำชี – เซบาย – เซบก – ห้วยตุงลุง  เพื่อลดปริมาณน้ำจากแม่น้ำชีที่ไหลลงแม่น้ำมูล ผันน้ำเลี่ยงที่ตั้ง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีผลในการลดอุทกภัย ณ จุดบรรจบแม่น้ำชี – แม่น้ำมูล อ.เมือง และ อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี    โดยแนวทางเบื้องต้น  คือ การขุดคลองผันน้ำจากแม่น้ำชี บริเวณเหนือฝายยโสธร ผ่านต้นน้ำลําเซบาย ต้นน้ำลํา เซบก ระบายน้ำที่ผันลงสู่ห้วยตุงลุงเพื่อระบายลงแม่น้ำมูลในที่สุด    โดยความยาวคลองผันน้ําประมาณ 182 กม. ปริมาณการระบาย 200 ลบ.ม./วินาที
  2. การปรับสภาพความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับอุทกภัยเนื่องจากพื้นที่น้ำท่วม อ.วารินชําราบ เป็นทางน้ำธรรมชาติของแม่น้ำมูล การอยู่อาศัย และ พัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สามารถอยู่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมากนัก เช่น ยกระดับถนนให้สัญจรได้ และไม่ขวางทางน้ำ  ปรับปรุงการระบายน้ำในพื้นที่ให้สอดคล้องกับการระบายน้ำ มาตรการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับฤดูกาล สร้างแหล่งน้ำในพื้นที่ 3. ปรับปรุงคันกั้นน้ำเดิม และ ก่อสร้างคันกั้นน้ำเพิ่ม โดยพัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำข้างทางน้ำทําให้พื้นที่อยู่ของน้ำลดลง คันกั้นน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถรับได้ ต้องปรับปรุงคันกั้นน้ำ และ สร้างเพิ่มในจุดที่จําเป็น อาทิ เสริมความสูง ความแข็งแรงคันกั้นน้ำที่มีอยู่เดิมให้รองรับปัจจุบันและอนาคต  รวมทั้งก่อสร้างคันกั้นน้ำเพิ่มเติมในจุดที่เป็นปัญหา เช่น ข้างแม่น้ำชี จ.ยโสธร และ ข้างแม่น้ำมูล จ.อุบลราชธานี