เฝ้าระวัง!อีสานอ่วมอีก คาด 2 ส.ค.น้ำล้นแม่น้ำมูลพื้นที่เกษตรยับเยิน

  •  
  •  
  •  
  •  

                                                                           ทองเปลว กองจันทร์

ภาคอีสานยังอ่วม มวลน้ำทะลักแม่น้ำสายหลักหลายสายระดับน้ำสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง ระบุลุ่มน้ำมูล มีน้ำล้นตลิ่งที่ลำเซบาย มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ในเกณฑ์ 2,189 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าจะล้นตลิ่งที่ลุ่มต่ำในวันที่ 2 สิงหาคานี้ ขณะที่กรมชลประทาน ระดมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังอน่างเต็มที่

          นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หากเกิดปัญหาให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน นั้น

         จากการติดตามสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) พบว่า ผลจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เซินกา” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียง ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายหลักจำนวนมาก ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล

         ลุ่มน้ำชี ปริมาณน้ำสูงสุดได้เคลื่อนตัวผ่านลำน้ำยัง ที่สถานีวัดน้ำ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำชี ที่อ.เมือง จ.ยโสธร คาดว่าจะมีน้ำล้นตลิ่งที่สถานีวัดน้ำ E.2A อ.เมืองยโสธร วันนี้(31 ก.ค.60) ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่เขื่อนยโสธร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร รวมถึงลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี ได้แก่ ลำน้ำพอง จะมีระดับสูงเกือบจะล้นตลิ่ง ส่วนแม่น้ำสาขาอื่นๆ อาทิ ลำน้ำลำปาว ลำน้ำยัง ลำน้ำห้วยหลวง ลำน้ำสงคราม และลำน้ำเลย มีระดับน้ำสูงขึ้นและมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งบางแห่ง กรมชลประทาน ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำชีอย่างใกล้ชิด

         ลุ่มน้ำมูล มีน้ำล้นตลิ่งที่ลำเซบาย ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล ก่อนถึงสถานีวัดน้ำ M.7(บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย) โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี M.7 ในเกณฑ์ 2,189 ลบ.ม./วินาที (ความจุลำน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าจะล้นตลิ่งที่ลุ่มต่ำในวันที่ 2 ส.ค. 60 นี้ ส่วนลำเซบก ลำโดมใหญ่ ที่อยู่ท้ายสถานี M.7 มีระดับน้ำล้นตลิ่งบางแห่ง กรมชลประทาน ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลอย่างใกล้ชิด

         สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ สรุปได้ ดังนี้จังหวัดสกลนคร ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณตลาด ต.การค้า ในเขตเทศบาลนครสกลนคร ระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม. กรมชลประทาน ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 เครื่อง พร้อมกับติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลำน้ำก่ำ จำนวนทั้งสิ้น 26 เครื่อง เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วต่อไป หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติภายใน 1 สัปดาห์

        จังหวัดกาฬสินธุ์ ผลกระทบจากพายุ “เซินกา” SONCA ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนลำปาวเพิ่มสูงขึ้น ที่ประชุมคณะกรรมการ JMC เขื่อนลำปาว ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานฯ ได้มีมติให้เพิ่มการระบายน้ำจากปัจจุบันวันละ 15 เป็นวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และจะมีการประชุมเพื่อหารือการเพิ่มหรือลดปริมาณการระบายน้ำทุกวัน การระบายน้ำในครั้งนี้ จะส่งผลให้พื้นที่ด้านท้ายเขื่อนลำปาว อาจจะมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง ยางตลาด กมลาไสย ฆ้องชัย และร่องคำ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ

          โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและชี้แจงประชาชน ให้ได้รับทราบถึงสถานการณ์และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และยโสธร เพื่อแจ้งสถานการณ์และให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ต่อไปแล้ว

         จังหวัดร้อยเอ็ด ฝนที่ตกหนัก ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำยัง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี เพิ่มสูงขึ้น เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ติดริมลำน้ำและกัดเซาะพนังขาด มีพื้นที่ได้รับความเสียหายในเขต อำเภอเสลภูมิ จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลวังหลวง (หมู่ที่ 4 , 5) ตำบลนาแซง (หมู่ที่ 4 , 5 , 7 , 8) และตำบลศรีวิลัย (หมู่ที่ 3 , 10) พื้นที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 15,000 ไร่ แนวโน้มพื้นที่ถูกน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้สนับสนุน รถขุดตักหน้าขุดหลัง 1 คัน รถบรรทุก 1 คัน กระสอบทรายอีก 1,000 ใบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน 20 คน เพื่อทำแนวป้องกันน้ำท่วมต่อไปแล้ว

         อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ดำเนินการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ด้วยการลดระดับน้ำในอ่างฯให้อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ (Rule curve) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ(Inflow) มากกว่าความจุของอ่างฯ รวมถึงอ่างเก็บน้ำที่มีพื้นที่รับน้ำฝนขนาดใหญ่ (Watershed Area) เมื่อมีฝนตกหนักจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และขอมอบหมายผู้รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำของแต่ละอ่างฯ ต้องติดตาม วิเคราะห์ และเฝ้าระวังสถานการณ์เป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที

  ที่มา – ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะกรมชลประทาน