เกษตรกรยกโครงการ “9101” ต้นแบบ ชุมชนได้ประโยชน์ยั่งยืน

  •  
  •  
  •  
  •  

นายเชิดชัย จิณะเสน ประธานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณกว่า 22,000 ล้าน ให้กับโครงการ “9101    ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของเกษตรกร   เพราะโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมของประเทศตั้งแต่ฐานราก โดยมีหัวใจหลักๆ คือ การนำแนวทางการทำเกษตรตามการทฤษฎี  รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานไว้

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ จะเน้นการใช้งบประมาณของภาครัฐผ่าน ศพก. 882 ศูนย์ และเครือข่าย 8,219 ศูนย์ ซึ่งทุกชุมชนจะต้องมีการนำเสนอโครงการพัฒนากิจกรรมการเกษตรของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ส่วนการเบิกจ่ายเงินจะเป็นการเบิกจ่ายในลักษณะที่ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินโดยตรงให้กับกลุ่มเกษตรกร แต่จะจ่ายตรงในลักษณะค่าวัสดุอุปกรณ์ตามความเป็นจริง ทำให้การใช้เงินมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ และไม่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ มีความโปร่งใสโดยคนในชุมชนสามารถตรวจสอบได้


                            ธงชัย สุทธิพงศ์เกียรติ์

อย่างไรก็ดี หลังจากที่ครม.อนุมัติงบประมาณในโครงการดังกล่าว ขณะนี้ทุกชุมชน ทั่วประเทศได้มีการขับเคลื่อนส่งแผนการพัฒนากิจกรรมการ เกษตรระดับชุมชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยรายละเอียดการพัฒนานั้นจะมีความแตกต่างกันไป ในแต่ละชุมชน  แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกกิจ กรรมเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมที่เกษตรกรมีความต้องการมากเป็นลำดับต้นๆ  ก็คือการพัฒนากิจกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้ในชุมชน

“จากความต้องการของเกษตรกรในการที่จะพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อไว้ใช้ในชุมชนนั้น     ถือเป็นเรื่องที่ตอบสนองนโยบายของภาครัฐได้ตรงประเด็นเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมีให้น้อยลง เพราะต้องการให้ผลผลิตสินค้าเกษตรมีแนวทางการผลิตในรูปแบบเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น      เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่ต้องการผลผลิตอินทรีย์มีความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน รวมถึงลดต้นทุนการผลิตให้น้อยลงเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ และขยายช่องทางการตลาดไปสู่ตลาดระดับบนมากยิ่งขึ้น    ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเกษตรกรรมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น     สามารถดำรงชีพในอาชีพนี้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไปนั่นเอง” นายเชิดชัย กล่าว


                                  นายไพทูร อินทะเตชะ

cr  :  แนวหน้าออนไลน์