เด้ง”ปลัดฝน”จับตา 2 ลูกหม้อ แคนดิเดท”ปลัดเกษตรฯ”คงไม่มีตายูอีก

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

                                                    ธีรภัทร ประยูรสิทธิ

                                                    

          ในที่สุด การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม  2560 มีมติเห็นชอบให้โอนย้าย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ หรือ”ปลัดฝน” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปช่วยราชการตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

          นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ นับเป็นข้าราชการที่ไต่เต้าในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็วอายุเพียง 53 ปี เป็นข้าราชการระดับ 11 ในตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

           นายธีรภัทร เกิดเมื่อวันที่ 29กันยายน พ.ศ.2505 จบวิทยาศาสตรบัณฑิต (วนศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2527 เริ่มรับราชการในตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ 3  กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ .ในปี 2528 ระหว่างนั้นเรียนต่อระดับปริญญาโท จบวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วนศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2530  และในปี 2533 ดำรงตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ 5-6ว กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจบ Doctor of Philosophy (Conservation Biology), University of Minnesota   ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2540 หลังจากที่ได้มีตั้งกระทรวงใหม่ แยกหน่วยงานในประทรวงเกษตรฯ ขึ้นกับกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม นายธีรภัทรได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2557

          ถัดมาอีกเพียง 1 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายน  2558 ข้ามห้วยมาดำรงงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ากันว่าเป็นเด็กฝากขอพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ท่ามกลางการต่อต้านแบบใต้ดินของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตฯ มายาวนานถึง  2 ปี และมีข่าวเป็นระยะว่า จะถูกย้ายมาหลายต่อหลายครั้ง จนมติ ครม.เห็นชอบให้รตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว

          อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่า การโอนย้ายนายธีรภัทร ไปช่วยราชการตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสม ประกอบกับเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย จึงได้ยืมตัวมาช่วยราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ส่วนใครที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯคนใหม่นั้น อยากให้อดใจรออีก 1สัปดาห์ ที่จะเสนอเข้าที่ประชุม(ครม.)ได้

         “มติครม.ถือ เป็นการยืมตัวนายธีรภัทร ไปช่วยงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของนายวิษณุ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ก็เป็นไปตามปกติเหมือนกับที่กระทรวงเกษตรฯได้ยืมตัวนายธีรภัทร จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาช่วยงานที่กระทรวงเกษตร อย่างไรก็ตามใครจะมาเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ ขณะนี้ผมยังไม่ได้คิดจึงยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ขอให้ใจเย็นๆกันก่อน ไม่ต้องกังวล ในอีก 1 สัปดาห์น่าจะเสนอเข้าครม.พิจารณาเห็นชอบได้”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว(มติชน ออนไลน์)

          พลันที่ข่าวนี้กระจายออกไป คนในแวดวงที่ติดตามข่าวของกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงข้าราชการบางส่วนที่แอบดีใจ ต่างวิหากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆว่า คนต่อไปที่จะไปนั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรนั้นเป็นใคร ถ้าลูกหม้อมีที่วิพากษ์วิจารณ์ คน 2 คน แต่กระนั้นมีเสียงแทรกบอกว่า กระทรวงนี้ไว้ใจไม่ได้ มีตายู ข้ามห้วยรอจ้องอยู่ เพราะบทเรียนมีมาแล้ว ที่ข้ามห้วยมาตั้งแต่ นายบรรพจน์ หงษ์ทอง และนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ แม้แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯที่มองที่นายโอฬาร พิทักษ์ อดีตอธีบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้น การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯน่าจะดีกว่าที่เป็นเป็นอยู่ แต่สุดท้ายจบมาที่นางสาวชุติมา บุณยประภัศ ทีต้องทำงานแบบเดียวกันกับปลัดธีรภัทร คือทำตามนายสั่ง ไปตรวจงาน เปิดงานแทนอย่าที่เห็นๆกัน  

สมชาย ชาญณรงค์กุล                                         เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ

            สำหรับคน 2 คนเป็นลูกหม้อ ที่ข้าราชการกระทรวงเกษตรมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า น่าจะเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ คือนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกตร ที่ได้รับมองหมายงานใหญ่ๆไม่ว่าจะเป็น “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” เป็นทำงานเชิงรุก รวดเร็ว ทันใจนาย แต่มีอายุราชการเพียง 1 ปีพอๆกับอายุรัฐบาล คสช.นั่นเองอีกคนหนึ่งคือ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เป็นคนที่นิ่ง มีเหตุผล พูดภาษาชาวบ้านคือผู้ใหญ่คนหนึ่งที่น่าเคารพ

          กระนั้นอย่างที่บอกกระทรวงนี้เดาใจยาก อาจข้ามห้วยห้วยอีกก็ได้ สุดท้ายกรรมคือ “เกษตรกร”ครับ!