“บิ๊กตู่”ขอร้องเครือข่ายชาวสวนยางอย่าเคลื่อไหว

  •  
  •  
  •  
  •  

                                                                 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกฯ ขอร้องสมาพันธ์เครือข่ายยางพาราฯ ผู้ปลูกยางอย่าออกมาเคลื่อนไหวถึงขนาดให้ปรับรัฐมนตรีเกษตรฯ ระบุรัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาอย่างตกต่ำอยู่ ชี้อีกไม่นานจะมีการประชุมประเทศผู้ผลิตยางไทย-อินโดฯและมาเลเซียในเร็วๆนี้ ขณะที่”อุทัย  สอนหลักทรัพย์” วอน กยท.ทำงานอย่างมืออาชีพ ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรทำวิสาหกิจชุมชนเพื่อแปรรูปเอง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 มิถุนาบน 2560  ถึงกรณีที่สมาคมผู้ปลูกยางทั่วประเทศในนามสมาพันธ์เครือข่ายยางพาราแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราต่ำในช่วงนี้ว่า  การประชุมครม.ได้มีการหารือในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการต่อระยะเวลาในการดำเนินการ 4 มาตรการเดิมที่เคยทำมาแล้ว เนื่องจากในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝ่ายเกษตรกรได้ให้คำแนะนำมา ที่ต้องไปหามาตรการควบคุมกำกับดูแลตามกฎหมายพ.ร.บ.การยาง ฉบับล่าสุด ที่จะต้องมีหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลในส่วนของผู้ประกอบการยางด้วย

“เราต้องเข้าใจว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการอยู่นั้น ในโลกเสรีต้องมีทั้งการจับขั้ว การรวมกลุ่ม การตั้งตลาดซื้อล่วงหน้า เหมือนการลงทุนซื้อหุ้นทำให้ราคายางแกว่ง ซึ่งเป็นไปตามกลไกการค้าเสรี แต่ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาตรงนี้ ซึ่งภายในประเทศพอคุมได้ แต่ตลาดกลางนอกประเทศนั้นยากต่อที่คุมได้” พลเอก ประยุทธ์ กล่าว

อย่างก็ตาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการที่จะทำให้ราคายางสูงขึ้น ภายใน 2-3 วัน ขึ้นมา  ก.ละ 2 บาท นั้น ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการด้วย ที่ต้องดูในหลาย ๆ ด้าน และต้องเตรียมรองรับการเปิดฤดูกาลใหม่ในการกรีดยางด้วย  เพราะเป็นช่วงที่ราคานางจะตกต่ำทุกครั้ง  อยากให้ทาางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงในวันที่ 14 มิถุนายน 2560 นี้ว่าจะมีมาตรการอย่างไร

ส่วนที่ทางสมาคมผู้ปลูกยางเตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ออกมาแก้ไขปัญหานั้น ตนขอร้องว่าอย่าออกมาเคลื่อนไหวอะไรเลย เพราะไม่อยากใช้กฎหมายบังคับ อยากหาวิธีการว่าทำอย่างไรจะร่วมมือแก้ไขปัญหาได้ หลายอย่างคืบหน้าไปในทางที่ดีแล้วที่ผ่านมาราคาสูงขึ้น แต่ก็มีช่วงที่ลดลงก็ต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาช่วงที่ราคาลดลงอย่างไร และสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งขอให้สื่อช่วยกันทำความเข้าใจด้วย

“อย่าถึงขั้นเรียกร้องให้ปรับรมว.เกษตรฯ ออกจากตำแหน่งเลย เพราะมันไม่ใช่สาเหตุ และรมว.เกษตรฯ เขาก็ทำงานหลายเรื่อง อีกทั้งหลายปัญหาเกิดขึ้นมาหลายรัฐบาลแล้ว แม้วันนี้รัฐบาลจะมีอำนาจเด็ดขาด แต่จะไปใช้อำนาจกับเกษตรกรหลายล้านคนคงทำไม่ได้ ขณะนี้ก็จะมีการประชุมร่วมกันกับประเทศผู้ผลิตยางทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เพื่อให้เกิดความร่วมมือในตลาดครั้งหน้า ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าทั้ง 3 ประเทศ เราเป็นผู้ผลิตไม่ได้เป็นเจ้าของตลาด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับ  4 มาตรการในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอคือ

1.การขยายเวลาชำระหนี้ให้สถาบันเกษตรกรที่รวบรวมยางพารา 10,000 ล้านบาท ออกไปจนถึง 31 มีนาคม 2563

2. เร่งจ่ายเงินในโครงการชดเชยส่วนต่างให้ชาวสวนยางไร่ละ 1,500 บาท ให้เกษตรกร 11,460 ครัวเรือน

3.โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตร วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อรับซื้อน้ำยางข้นจากเกษตรกรเก็บในสต็อค

4.โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน จะขยายระยะเวลาไปถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบกิจการยาง 10,000 ล้านบาท ขยายออกไปเมษายน 2562 เพื่อจัดซื้อยางแผ่นดิบใช้ในภาคอุตสาหกรรม

         วันเดียวกัน นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายฯและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้ออกรายการข่าวภาคเย็น ทางททบ.5 (13 มิ.ย ) โดยระบุว่า เห็นด้วยกับ  4 มาตรการที่รมว.เกษตรฯเสนอเป็นทางออกช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่เดือดร้อน จึงอยากวอนขอให้การยางพาราแห่งประเทศไทย(กยท.)ทำงานอย่างมืออาชีพ ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรทำวิสาหกิจชุมชน โดยรัฐบาลสนับสนุนให้เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ให้กยท.ตั้งบริษัทแม่ เพื่อส่งเสริมการตั้งโรงงาน ทำยางคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลThailand 4.0 รวมทั้งให้คสช.ผลักดันให้มีการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ในวันที่ 20 จะได้ นำมาตรการต่างๆ ที่ได้ร่วมแก้ปัญหายางพาร่ร่วมกับเครือข่ายยางทั่วประเทศเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาต่อไป