นายกฯลุยเอง ตามเกษตรแปลงใหญ่ที่จันท์

  •  
  •  
  •  
  •  

  นายกฯนำคณะลุยพื้นที่จันทบุรี ติดตามผลงาน ความสำเร็จในการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ทั้งบริหารจัดการและหาผลไม้ ขณะที่รัฐมนตรีเกษตรฯ เผยผลดำเนินงานในปี 2559 ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตลงได้ 3,437.82 ล้านบาท มูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 1,427.12 ล้านบาท

          เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามผลงานเด่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ประสบสำเร็จจากการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่และการบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ จ.จันทบุรี อันถือเป็นต้นแบบของประเทศ ณ สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฎ จำกัด อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี

          ในโอกาสนี้ ได้เยี่ยมชมความสำเร็จจากการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่อย่างครบวงจร และการบริหารจัดการผลไม้อย่างมีคุณภาพ และพบปะกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ กว่า 1,000 คน พร้อมมอบเงินสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเครื่องจักรกลการเกษตรภายใต้โครงการ Motor pool แก่แปลงใหญ่โคนมสอยดาว จำนวน 10 ล้านบาท สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการรับซื้อผลไม้ให้สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฎ จำกัด 25 ล้านบาท

         นอกจากนี้ยังมอบสถานีสูบน้ำบ้านท่าอุดม เพื่อสนับสนุนพื้นที่แปลงใหญ่ จำนวน 1 โครงการ พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการจัดการและควบคุมคุณภาพผลไม้ก่อนการส่งออก การประมูลมังคุดแปลงใหญ่ และแปลงใหญ่ประชารัฐกุ้งขาว อ.ท่าใหม่ ซึ่งเกษตรกรปรับเปลี่ยนการเลี้ยงกุ้งในบ่อเลี้ยงที่ปูพีอีและมีการปรับคุณภาพน้ำด้วยเทคโนโลยี 3 สะอาด ได้แก่ น้ำสะอาด บ่อสะอาด และกุ้งสะอาด ตามแนวทางประชารัฐ ร่วมกับบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำให้กุ้งปลอดโรค EMS ระยะเวลาการเลี้ยงลดลง จากเดิม 4 เดือน/รอบ เป็น 2 เดือน/รอบ ส่งผลให้กุ้งมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 1,000 กก./ไร่/รุ่น เพิ่มเป็น 1,100 กก./ไร่/รุ่น
          พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่มากว่า 3 ปี เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการร่วมกันตั้งแต่ การผลิต จนถึงการตลาด เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานภายใต้การบริหารจัดการที่ดี จนทำให้วันนี้แปลงใหญ่ ได้ขยายเป็น 2,138 แปลง

       สำหรับผลจากการดำเนินงานในปี 2559 ส่งผลให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตลงได้ 3,437.82 ล้านบาท มูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 1,427.12 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้รวม 4,864.94 ล้านบาท เกษตรกรมีการบริหารจัดการที่ดีส่งผลให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง โดยมีสถานะเป็นกลุ่มเกษตรกร จำนวน 109 กลุ่ม ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังที่จะยกระดับและพัฒนาคุณภาพเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ให้เป็น Smart Farmer ทั้งหมด และพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดโลกต่อไป


          ด้านนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ผลสำเร็จที่เกิดจากการทำแปลงใหญ่ชัดเจนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงใหญ่มังคุด อ.เขาคิชฌกูฎ ของ จ.จันทบุรี ซึ่งเดิมชาวสวน ต่างผลิต ต่างขาย หลังจากการรวม เป็น “แปลงใหญ่ มังคุด” ได้ศึกษาการขายแบบประมูล และเริ่มดำเนินการกว่า 40 ครั้ง จนทำให้ฤดูกาลนี้เกิดผลกำไรหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากมีการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากขึ้น มีอำนาจในการต่อรองราคา สามารถประสานงานกับผู้ประกอบการได้เอง ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ และเรียนรู้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
           การประมูลมังคุดดังกล่าว ทำให้มังคุดจำหน่ายได้ราคาดีกว่าตลาดปกติ เกษตรกรได้เรียนรู้การผลิตและการคัดคุณภาพก่อนส่งมาประมูล กลุ่มแปลงใหญ่มีกติกาที่จะต้องปฏิบัติร่วมกันให้ปลูกมังคุดได้มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปี 2561 วางเป้าที่จะใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ( ศพก.) เข้าไป ช่วยในการผลิตมังคุดคุณภาพให้เป็นที่พอใจของตลาดและสามารถประมูลได้ราคาดีขึ้น
           การผลิตผลไม้คุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้ระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นสิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เน้นเป็นนโยบายหลักเพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน