ทบทวนจุดคิด พิชิตจุดต่าง เกษตรไทย 4.0

  •  
  •  
  •  
  •  

 

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายที่มีเป้าหมายสำคัญในการนำพาประเทศก้าวสู่โมเดล”ประเทศไทย4.0″ หรือ “ไทยแลนด์4.0” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่Value-Based Economyหรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

สำหรับภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของโมเดลดังกล่าว โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี รวมถึงการยกระดับเกษตรกรขึ้นเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งในแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ยังมีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนว่า จะทำการขับเคลื่อนไปในแนวทางใดเพื่อนำพาเกษตรไทยไปสู่ เกษตรไทย 4.0

กรมวิชาการเกษตรจึงได้ร่วมกับสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์สมาพันธ์เกษตรปลอดภัยมั่นคงยั่งยืนแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาขึ้นมาเรื่อง “เกษตรไทย 4.0 :ทบทวนจุดคิด พิชิตจุดต่าง” ขึ้นมาที่กรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิเช่นหน่วยงานในภาครัฐรัฐวิสาหกิจภาคเอกชนและหน่วยงานอิสระได้ร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และหาแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้องต่อไป ซึ่งผลการสัมมนาสรุปได้ดังนี้

เทคโนโลยีอะไรบ้างที่นำพาประเทศไปสู่เกษตรไทย 4.0

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ระบุว่า เทคโนโลยีทางการเกษตรที่สำคัญที่สุด มี 2 เทคโนโลยี คือ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีดิจิตอล

เทคโนโลยีชีวภาพจะทำอะไรได้บ้าง

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมหรือเทคโนโลยีชีวภาพ จัดเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เป็นเทคโนโลยีที่ธรรมชาติทำไม่ได้ เช่น สร้างพืชต้านทานโรคและแมลงศัตรู สร้างน้ำมันชนิดใหม่ เร่งการสังเคราะห์แสง สร้างพืชตรึงไนโตรเจน และสร้างอาหารเสริมคุณภาพเป็นต้น

กรมวิชาการเกษตรได้ทำอะไรบ้างที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยีชีวภาพ

ดร.นฤทัยวรสถิตย์ชี้แจงให้ทราบว่า เทคโนโลยีชีวภาพที่กรมวิชาการเกษตรเน้นในปัจจุบัน คือการใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการปรับปรุงพันธุ์พืช และการศึกษาและพัฒนายีนที่มีประโยชน์ทางการเกษตร เช่น ยีนต้านทานโรคและแมลงศัตรู ยีนที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์น้ำตาล เป็นต้น แต่ยังไม่เริ่มต้นเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม

แล้วภาคธุรกิจ มีความคิดเห็นว่าเกษตรไทย 4.0 จะมีหน้าตาอย่างไร

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล มองว่า ในทางธุรกิจ หน้าตาเกษตรไทย 4.0 คือ 2 เพิ่ม และ 2 ลด ได้แก่ ต้องเพิ่มผลผลิต ต้องเพิ่มความเร็ว ขนาดต้องเล็กลง และราคาต้องถูกลง

การอภิปราย ภาคการเกษตรไทยจะไปถึง 4.0 ได้อย่างไร

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล บอกว่า ในเชิงการค้า เพื่อไปสู่ เกษตรไทย 4.0 ต้องพัฒนาทั้งห่วงโซ่การผลิต ซึ่งโจทย์จะอยู่ที่ห่วงสุดท้าย โดยมีผู้ช่วยคือรัฐบาล

ดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร เสนอว่า เป้าหมายเกษตรไทย 4.0 เพื่อยกระดับรายได้ ดั้งนั้นต้องแยกเป็นส่วนๆ บางส่วนต้องใช้นวัตกรรม บางส่วนใช้เทคโนโลยีปัจจุบันก็เพียงพอ

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ภาคการเกษตรไทยมีความก้าวหน้าน้อยภาครัฐจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม

นายดนัย นาคประเสริฐ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมี พรบ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อการวิจัยและพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรม

นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ สรุปว่า เกษตรไม่ได้สนใจเกษตรไทย 4.0 สนใจว่า จะทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพให้มีคุณภาพได้อย่างไร

ทั้งหมดเป็นบทสรุปของหารสัมมนาในครั้งนี้ ที่มองว่าการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศภายใต้กรอบ”ไทยแลนด์ 4.0 “ต้องควบคู่ไปกับเทคโนโลยีด้วย