อย่ามองข้าม”พิลังกาสา”พืชโอสถใกล้ตัว

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …นายสวีสอง

          สมัยเด็กชอบเด็ดผล“พิลังกาสา” ที่สุกสีดำมากินเล่น รสฝาดอมหวานคล้ายลูกหว้า เป็นไม้โบราณจัดอยู่ในประเภทพุทธโอสถ เพราะมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง

           ตามตำรายาไทย ระบุว่า   ผล มีรสร้อน ฝาด  สุขุม มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซาง ใบ มีรสเฝื่อนร้อน แก้ตับพิการ แก้ปอดพิการ ดอก มีรสเฝื่อนขมเมา ฆ่าเชื้อโรค ราก มีรสเฝื่อนเมา  เปรี้ยวเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้กามโรค แก้โรคหนองใน ตำกับสุราเอาน้ำรับประทาน เอากากตำพอกปิดแผล ถอนพิษงู ตะขาบ แมงป่อง และแก้ลมเป็นพิษ ต้น มีรสเฝื่อนเมา ปรุงผสมกับสมุนไพรอื่นแก้โรคเรื้อน ฆ่าพยาธิที่ผิวหนัง

          “พิลังกาสา” มีชื่อวิทยาศาสตร์: Ardisia polycephala  อยู่ในวงศ์ Myrsinaceae ลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 1 – 5 ม. แตกต้นคล้ายกอ กิ่งก้านกลมหรือเป็นเหลี่ยม สีน้ำตาลเทา เรือนยอด ไม่เป็นระเบียบ เปลือกนอก สีเทา ค่อนข้างเรียบ มีรอยแผลเป็นตามลำต้นทั่วไป มักแตกหลายต้นเหมือนกอ เปลือกใน สีชมพู

          ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีถึงรูปไข่กลับแกมขอบขนาน หรือรูปหอก กว้าง 3.8 – 7.5 ซม. ยาว 12.5 – 25 ซม. ปลายใบแหลมถึงมน โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบแผ่นใบมีต่อมเห็นเป็นจุด กระจายทั่วไป เนื้อใบหนาเป็นมัน เกลี้ยง ใบอ่อน สีแดงเรื่อ ๆ ใบแก่ เขียวเข้ม เส้นแขนงใบไม่ชัดเจนนัก ก้านใบ ยาว 0.7 – 1 ซม.

           ดอก ออกเป็นช่อกระจะเชิงหลั่น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4 – 8 ดอก ก้านช่อดอก ยาว 1.5 – 2.5 ซม.ก้านดอกย่อยยาว 8 – 15 มม. กลีบดอกสีชมพู เชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ หลายแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกรูปใบหอก ดอกสีชมพู กลิ่นหอมอ่อน ๆ เกสรผู้ รวมตัวเป็นกระจุกรูปดอกบัว

          ผล ออกเป็นพวง หรือกลุ่ม รูปทรงกลมแป้น ผลอ่อน สีเขียว ผลแก่ สีม่วงเข้ม พอสุกสีดำ ผิวมันเรียบ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มม. มีเมล็ดเดี่ยว

          การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะกล้าจากเมล็ด