“ลูกหว้า”อร่อย ประโยชน์หลายอย่าง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย… นายสวีสอง

          นานทีปีหนกว่าจะได้กิน”ลูกหว้า” หรือ”ผลหว้า” เพราะทุกวันนี้กลายเป็นพืชพรรณค่อนข้างจะหายาก เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยรู้จัก แต่สำหรับคนอายุเกิน 50 ปีที่แล้ว ช่วงฤดูหว้าออกผล คือราวเดือนพฤษภาคม นี่แหละ ต้นหว้ากลายเป็นจุดนัดหมาย อาทิ เลิกเรียนไปเจอกันใต้ต้นหว้า ที่ปลายนา คือไปปีนเก็บลูกหว้า บางที่ลูกหว้าสุกทั้งกิ่งจะตัดกิ่งลงมาเลย

          วันก่อนไปเจอลูกหว้า ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้กินจนหายอยาก รสชาติอร่อยครับ ออกหวาน ฝาด อมเปรี้ยว และในพระไตรปิฎก ระบุว่าเป็น 1 ใน.8 ที่สามารถนำมาทำเป็นนำปานะ หมายถึง เครื่องดื่ม หรือ น้ำสำหรับดื่มที่คั้นจากผลไม้ ที่พระพุทธเจ้าทรงพุทธานุญาตแก่พระภิกษุให้รับประเคนแล้วสามารถเก็บไว้ฉันได้ตลอด 1 วัน 1 คืน mujเรียกว่า ยามกาลิก ทรงอนุญาตไว้ 8 อย่าง นิยมเรียกว่า อัฏฐบาน หรือ น้ำอัฏฐบาน โดยน้ำค้นจากลูกหว้าจะเรียกว่า” ชัมพุปานะ” น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า นั่นเอง

          ลูกหว้าไม่ใช่อร่อยอย่างเดียวครับ หากแต่หว้ามีประโยชน์ด้านสมุนไพรด้วย คือ เปลือกต้มน้ำดื่มแก้บิด อมแก้ปากเปื่อย  ผลดิบแก้ท้องเสีย ผลสุกรับประทานได้ ใช้ทำเครื่องดื่ม เมล็ด ลดน้ำตาลในเลือด แก้ท้องเสีย ถอนพิษ เป็นต้น

         เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานยืนต้นเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดเพชรบุรี มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า  Syzygium cumini  (L.) Skeels ชื่อสามัญ Jambolan Plum , Java Plum  จัดอยู่ในวงศ์  MYRTACEAE ต้นสูง 10-25 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล มีถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน ตั้งแต่อินเดียถึงไทย และมาเลเซีย

       ใบ  เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปทรงรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้างราว 3-9 ซม. ยาว 9-15 ซม..โคนใบมน ปลายใบ ปลายแหลม   

      ดอก  ออกเป็นรวมตามซอกใบและปลายกิ่ง เวลาบานสีขาวอมเหลืองอ่อน มีก้านใบ 4-10 ซม. ฐานรองดอกรูปกรวย ขนาด 0.2-0.5 ซม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ รูปกลมมน เกสรผู้ชี้เห็นชัดจำนวนมาก

     ผล  รูปทรงรี คล้ายทรงประบอก ลูกดิบสีเขียว พอสุกเป็นม่วงจนดำผิวเรียบ ฉ่ำน้ำ ด้านในมี 1 เมล็ดกว้างประมาณ 06-จ8 ซม.ยาว 1.5-3 ซม.

     ขยายพันธุ์ด้วยเพาะเมล็ด ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์