สุดยอด”งาดำ”กินอร่อย-บรรเทา12 โรค

  •  
  •  
  •  
  •  

 โดย – นายสวีสอง

คนไทยเรามักจะคุ้นเคยกับการบริโภคงา โดยเฉพาะ”งาดำ” มายาวนานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเน้นในด้านความอร่อย แท้จริงแล้ว ในประเทศไทย ได้นำงาดำถูก มาใช้ประโยชน์ทั้งที่เป็นอาหาร ทำยารักษาโรค อาหาร ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง

ความจริงแล้วงาดำ ถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก แต่ต้องกินไม่เกินวันละ 1 ช้อนโต๊ะ จะมีประโยชน์ของงาดำมีดังนี้

ช่วยบรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์       มีธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน และหลอดเลือดให้แข็งแรง , บำรุงผิวพรรณและกระดูก เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียม มากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสี จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน,ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด มีสารเซซามีนและสานเซซาโมลีน เป็นไฟเบอร์ในกลุ่มลิกแนน (Lignans) ที่มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้

           บำรุงหัวใจ , ลดความดันโลหิตสูง เพราะมารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น , ป้องกันโรคมะเร็ง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นเต็มเมล็ดงาดำ , ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก , บรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS), แก้ผมร่วง บำรุงเส้นผม เพราะอุดมไปด้วยไขมันที่ดี ไม่ว่าจะเป็นไขมันโอเมก้า 3,6 และ 9

          ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะมีคลเซียมและแมกนีเซียมที่ส่วนสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเครียด, บำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ อันนี้เป็นง่นวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Ethnopharmacology และบำรุงสายตา
          กระนั้นแม้งาดำจะมีประโยชน์ แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป ต้องระวังด้วย สำหรับผู้มีการแพ้ถั่ว เพราะงาดำมีสารบางชนิดที่คล้ายกับถั่วลิสงนั้นเอง  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ และอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นผู้ที่มีอาการแพ้ถั่วจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีงาดำดีที่สุด


“งาดำ”เป็นพรรณไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนฤดูเดียว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum orientale L. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae ชื่อสามัญคือ
sesame มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเอธิโอเปีย ลำต้นเป็นสีเหลี่ยนเปลือกเขียวเข้มอมม่วง ตั้งตรงถึงยอด ตามต้นมีร่องตามยาวและมีขนปกคลุม ลักษณะอวบน้ำ สูงเต็มที่ไม่เกิน 2 เมตร

      ใบ เป็นใบเดี่ยวขึ้นเรียงตรงข้ามตามกิ่ง รูปทรงเป็นใบหอก ขอบขนานกว้าง 2-5 ซม. ยาว  6-10 ซม.

      ดอก  ออกเป็นช่อเดี่ยวตามซอกใบ เวลาบานโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ที่ปลายบานเป็นรูปแตรสีชมพู มี 4 แฉกเหมือนปาก ด้าน 1 แฉก ด้าน 3 แฉก

             ภาพนี้จาก-kapook.com

         ผล เป็นผลแห้งด้านในมีเมล็ดแบนขนาดเล็กจำนวนมาก

        ขยายพันธุ์โดยการใช้เล็ด ประเทศไทยปลูกมาที่ จ.แม่ฮ่องสอน