บทพิสูจน์“เทคนิค 3 สะอาด”พิชิต”โรคกุ้งตายด่วน” สร้างรอยยิ้มใหม่ให้เกษตรกร

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

“หลังจากที่ผมปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทาง 3 สะอาด ผมจับกุ้งบ่อแรกก็สามารถใช้หนี้สินที่มีได้ทั้งหมด ตอนนี้ผมกำลังวางแผนจะขยายการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธีนี้เพิ่มขึ้นอีก”

            หากย้อนไปเมื่อ 5 ปี โรคระบาดในฟาร์มกุ้งขาวแวนนาไม (Penaeus vannamei) ที่เรียกว่า “โรคกุ้งและอาการตายด่วน” หรือ”โรคอีเอ็มเอส”  (Early Mortality Syndrome หรือ EMS) ที่ระบาดมาจากประเทศจีนสู่เวียดนาม และลามมาถึงประเทศไทยนั้น สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมกุ้งอย่างมหาศาล

           ที่จริงโรคกุ้งตายด่วน (EMS) หรือกลุ่มอาการตับและตับอ่อนตายเฉียบพลัน (AHPNS) เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกาในปี 2528 แล้วแพร่ระบาดไปยังฟาร์มกุ้งในทวีปอเมริกาใต้ กระทั่งในปี 2552 พบมีการแพร่ระบาดในประเทศจีน และกระจายอย่างรวดเร็วสู่เวียดนามในปี 2553 ในมาเลเซียในปี 2554  และประเทศไทยปลายปี 2554 ตามลำดับและหนักที่สุดเริ่มปี 2556 หรือ 5 ปีก่อน

           ในต้นปี 2556 นั้นพบว่าแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดโรคนี้คือ Vibrio parahaemolyticus  พบมีอัตราการตายสูงสุดในกุ้งขาวแวนนาไมซึ่งเป็นกุ้งเลี้ยงที่ติดในสองอันดับแรกที่มีการเลี้ยงมากที่สุด ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าโรคกุ้งตายด่วนไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพคน เนื่องจากเชื้อ V.parahaemolyticus บางสายพันธุ์ที่พบได้ยากเท่านั้น

            จากปัญหาโรคกุ้งตายด่วนที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต่างสรรหากรรมวิธีสารพัดที่จะเอาชนะโรคนี้ได้ โดยเฉพาะบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซึ่งถือว่า เป็นยักษ์ของวงการอุตสาหกรรมกุ้งนั้น ได้คนพบวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง การจัดการและแก้ปัญหาอาการกุ้งตายด่วน ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ผลผลิตกุ้งไทยเสียหายไปกว่า 50% ในช่วงปี 2555-2559 โดยใช้เทคนิคที่ให้ความสำคัญกับ 3 องค์ประกอบ หรือ 3 สะอาด ประกอบด้วยพื้นบ่อสะอาด น้ำสะอาดและลูกกุ้งสะอาดปลอดโรค และผลการดำเนินการตามนี้พบว่า สามารถเอาชะโรคได้เกือบเบ็ดเสร็จ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงได้นำเทคนิค 3 สะอาดไปใช้อย่างกว้างขวาง

              ล่าสุดเกษตรกรสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จำกัด ใจวิธีทำฟาร์มกุ้งระบบ 3 สะอาดว่า  ป้องกันโรคได้ และเร่งปรับพื้นที่เลี้ยงเพิ่มผลผลิตและรายได้ โดยหวังปลดหนี้จากการขาดทุนสะสมในช่วงที่เกิดโรคกุ้งและอาการตายด่วน (Early Mortality Syndrome หรือ EMS) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

             ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ได้มีการปรับพื้นที่การเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง 3 สะอาด เพิ่มขึ้นจาก 3 รายเป็น 11 ราย ผลประสบความสำเร็จมากกว่า 90% และมีการขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เกษตรกรไม่มั่นใจลงทุนเพื่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าว

             สิงหา สวัสดิภูมิ  หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์ฯที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง 3 สะอาด ของ ซีพีเอฟ บอกว่า  เริ่มเลี้ยงกุ้งตามแนวนี้ ตั้งแต่ปลายปี 2559 หลังจากประสบปัญหาขาดทุนจากการเลี้ยงต่อเนื่องจากภาวะโรคกุ้งตายด่วน จนมีหนี้สิน 6-7  บาท และต้องหยุดเลี้ยงไปปีเศษ ต่อมาได้เข้าประชุมกับโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อรับฟังการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธี 3 สะอาด ตอนแรกยังไม่มั่นใจ แต่เมื่อได้รับทราบรายละเอียดและวิธีการอย่างเข้าใจจากผู้เชี่ยวชาญของ ซีพีเอฟ และเห็นผลสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จึงมั่นใจและนำแนวทางของบริษัทมาปรับเปลี่ยนฟาร์มของตัวเอง จนปัจจุบันมีการจับกุ้งไปแล้ว 3 ครั้ง ได้รับผลกำไรทุกครั้งจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมาก และสามารถแก้ปัญหาโรคได้ด้วย

          “หลังจากที่ผมปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทาง 3 สะอาด ผมจับกุ้งบ่อแรกก็สามารถใช้หนี้สินที่มีได้ทั้งหมด ตอนนี้ผมกำลังวางแผนจะขยายการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธีนี้เพิ่มขึ้นอีก” สิงหา กล่าว

           เขา บอกด้วยว่า วิธีการเลี้ยงกุ้งแบบ 3 สะอาด แม้จะต้องลงทุนเพิ่มเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างฟาร์ม แต่ผลตอบแทนคุ้มค่า เพราะสามารถเพิ่มผลผลิตจาก 1-3 ตันต่อบ่อต่อไร่ เป็น 4-5 ตันต่อบ่อต่อไร่ เนื่องจากการเลี้ยงมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กุ้งแข็งแรง ที่สำคัญสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้ดีขึ้นนั่นเอง

           ดุจเดียวกับ ปราโมทย์ เสนาะสรรพ์ เกษตรกรที่เพิ่งเข้าร่วมโครงการ 3 สะอาด ในปีนี้ บอกว่า  เมื่อสหกรณ์ฯเริ่มโครงการนี้ ช่วงแรกยังไม่เชื่อมั่นว่าจะได้ผลผลิตมาก ประกอบกับยังไม่มีเงินทุนเนื่องประสบปัญหาขาดทุนจากการเลี้ยงและมีหนี้สินกับสหกรณ์ฯมากกว่า 1 ล้านบาท หลังจากที่เห็นเพื่อนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประสบความสำเร็จทุกคน

           จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวและไม่มีโรคระบาด ทำให้ตัดสินใจลงทุนปรับโครงสร้างบ่อใหม่ตามแนวทางดังกล่าว โดยปรับพื้นที่จากเดิมเป็นบ่อใหญ่ขนาด 7 ไร่ ได้ผลผลิตกุ้งรวมเพียง 2-3 ตันเท่านั้น เนื่องจากติดโรคตัวแดง-ตัวขาว และโรคกุ้งตายด่วน หลังจากปรับเปลี่ยนโครงสร้างฟาร์มกุ้งแล้วมีพื้นที่บ่อเลี้ยงขนาด 1.8 ไร่ เท่านั้น ที่เหลือเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ

           ส่วนผลผลิตกุ้งรุ่นแรกจะจับก่อนสิ้นเดือนกันยายนนี้ คาดว่าผลผลิตจะได้ประมาณ 10 ตัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแบ่งจับไปบางส่วนแล้วประมาณ 3.4 ตัน ได้เงินมาชดเชยต้นทุนค่าปรับบ่อแล้ว ส่วนผลผลิตที่ยังอยู่ในบ่อคาดว่ามีมากกว่า 7 ตัน จะสามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมด

          “การเลี้ยงแบบ 3 สะอาด เกษตรกรต้องเอาใจใส่ในการตรวจสอบสภาพบ่อและน้ำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ลูกกุ้งแข็งแรง ไม่ติดโรคง่าย กินอาหารเยอะและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งมันคุ้มค่ากับการลงทุนและลงแรง” ปราโมทย์ กล่าว

            ขณะที่ น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสาตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ มั่นใจว่า โรคกุ้งตายด่วนไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว ทาง ซีพีเอฟ ได้คิดค้นวิธี 3 สะอาด ประกอบด้วย พื้นบ่อสะอาด น้ำสะอาดและลูกกุ้งสะอาด รวมถึงการจัดการการเลี้ยงที่ดีและเหมาะสมซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้ บริษัทฯยังมีนโยบายในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับเกษตรกรทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการสร้างเกษตรกรตัวอย่างเพื่อเป็นต้นแบบในพื้นที่เลี้ยงกุ้งและให้เกษตรกรเป็นผู้ถ่ายทอดแนวทางการเลี้ยงและสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ

          “เทคนิคการเลี้ยงกุ้ง 3 สะอาดนี้ จะเริ่มต้นจากน้ำใส ก้าวไปแบบน้ำโปร่ง (ไม่ขุ่นไม่มีตะกอนแขวนลอย) หากเกษตรกรเข้าใจและเชื่อมั่นปฏิบัติตามแนวทางการเลี้ยงอย่างถูกต้องและจริงจัง จะสามารถต่อสู้กับโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือโรคใหม่ๆ ในอนาคตได้แน่นอน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จ นำไปสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในต่างประเทศและจะทำให้เรากลับมาเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลกได้” น.สพ.สุจินต์ กล่าว

           สำหรับการเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง 3 สะอาด ของ ซีพีเอฟ เป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ โดยมีการกำหนดสัดส่วนระหว่างพื้นที่เก็บน้ำต่อพื้นที่การเลี้ยงที่เหมาะสมคือ 70:30 ซึ่งการลดพื้นที่การเลี้ยงกุ้งเพื่อนำไปใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำสะอาดมากขึ้น ให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในฟาร์มตลอดระยะเวลาการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งแนวทางนี้ ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้มากขึ้น จากเดิมที่ผลผลิต 1,000 – 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 3,000 – 5,000 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งต่อกิโลกรัมลดลง และยังช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากโรคต่างๆได้

            การเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง 3 สะอาด ของ ซีพีเอฟ  ก็นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เป็นทางเลือกของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ไม่เพียงแต่จะเอาชนะโรคกุ้งตายด่วนได้แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคอื่นๆได้ด้วย เพราะเป็นเลี้ยงที่เน้นในเรื่องของความสะอาดในการทุกขั้นตอนนั่นเอง