กรมประมง-ซีพี วางปะการังเทียมหวังอนุรักษ์-ฟื้นฟูชายฝั่งยั่งยืน

  •  
  •  
  •  
  •  

กรมประมง จับเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีวาง “ปะการังเทียม” ฟื้นทะเล-ชุมชนชีวิตคนชายฝั่งให้กับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่อ.สทิงพระ จ.สงขลา และอ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ตามโครงการความร่วมมือการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล  เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและฟื้นฟูการประมงชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน  อธิบดีกรมประมง ชี้ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยมีจำนวนน้อยลงเป็นอย่างมาก บางชนิดเสี่ยงกับภาวะใกล้สูญพันธุ์ ชี้การวางปะการังเทียม จะเป็นแหล่งอาศัย เลี้ยงตัว วางไข่และหลบภัยของสัตว์น้ำ และช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมงในอนาคต

         เมื่อช่วงปลายสัปดาหืที่ผ่านมา ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย ผู้แทนมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานโยบายเชิงกลยุทธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายกชกร รักษาสรณ์ นายอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กลุ่มเอ็นจีโอและชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมพิธีวาง “ปะการังเทียม” ฟื้นทะเล-ชุมชนชีวิตคนชายฝั่ง ให้กับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา และ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ตามโครงการความร่วมมือการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ณ หาดมหาราช อ.สทิงพระ จ.สงขลา ในช่วงเช้าที่ผ่านมา

         ดร.อดิศร  เปิดเผยว่า การจัดวางปะการังเทียมครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าในระยะที่ 1  จากการลงนามในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและฟื้นฟูการประมงชายฝั่งอย่างยั่งยืนทั้งในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งภาคตะวันออกอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ระหว่างกรมประมง เครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามรการปะการังมาแล้ว มีจุดประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน  โดยกรมประมงเป็นตัวแทนส่งมอบปะการังเทียมให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อนำปะการังดังกล่าวไปส่งมอบให้กับชุมชนชายฝั่งใน 2 พื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป 

           ทั้งนี้ได้สอดคล้องกับแนวทางของกรมประมง ที่มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้ถูกต้องตามขั้นตอนและกฎหมายการเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตประมงและสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยมีจำนวนน้อยลงเป็นอย่างมาก บางชนิดเสี่ยงกับภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยผลจากการร่วมมือการวางปะการังเทียมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือฯครั้งนี้ ที่คาดว่าจะได้รับคือ จะเป็นแหล่งอาศัย เลี้ยงตัว วางไข่และหลบภัยของสัตว์น้ำ และช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมง ชาวประมงสามารถใช้ประโยชน์จากการทำประมงอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามมา

            ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การวางปะการังเทียมให้กับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่อ. สทิงพระ จ. สงขลา และ อ. ปะนาเระ จ. ปัตตานี ครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญจากการร่วมมือของกรมประมงและเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ได้สอดคล้องกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายความยั่งยืนภายใต้กรอบ SDGs (Sustainable Development Goals)  โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ไม่เพียงมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนขององค์กร แต่ยังมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและประเทศด้วย โดยจะร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ให้ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนให้เป็นจริงขึ้นมา

         การวาง “ปะการังเทียม” ให้กับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่อ.สทิงพระ จ.สงขลา และ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นโครงการจัดสร้างปะการังเทียมระยะที่ 1 จำนวน 1,000 แทÞง ที่มีความพร้อมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หรือชุมชนที่ตั้ง ถือเป็นโครงการนำร่องการสร้างปะการังเทียมจำนวน 2,000 แท่ง ภายในเวลา 1  ปีให้กับพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย 4 แห่งใน 3 จังหวัดได้แก่ 1. ชุมชนชายฝั่งทะเลตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 2. ชุมชนชายฝั่งทะเล ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 3. ชุมชนชายฝั่งทะเลตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี และ 4. ชุมชนชายฝั่งทะเลตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยปะการังเทียมที่ใช้เป็นวัสดุแท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาด 1.5×1.5×1.5 เมตร   

           นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การวางปะการังเทียมครั้งนี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศน์ทางทะเลให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยปะการังเทียมจะเป็นที่อยู่ ที่หลบภัยและที่เพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำ ทำให้สัตว์น้ำมีจำนวนมากขึ้นและชาวประมงสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนได้ ผลที่เกิดขึ้นคือ ชุมชนประมงชายฝั่งมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ก่อเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ในชุมชน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนตามมา

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ