เลี้ยงปูนา มาทำ “ปูนิ่ม” ราคาพุ่งกว่า 5 เท่าตัว

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …ดลมนัส  กาเจ

           “ตอนนี้ผมมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กว่าราว 300 คู่ที่ผ่านมาเราเน้นไปที่ขายปูนาชั่งกิโล ผมจึงมองว่าปูนาก็ทำเป็นปูนิ่มได้ และมีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว จากปกติขายปูสดในราคาส่ง กก.ละ 50 บาท ถ้าเป็นปูนิ่มราคา กก.ละ 200-300 บาท”

           หลังจากที่  “อำพล แก้วย้อย” แห่งบ้านห้วยศาลเจ้า ต.ห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงปูนา ในช่วงเวลาว่างจากงานประจำและวันหยุด มา 2 ปีแล้ว เขาจึงพยายามหาช่องทางในการที่จะเพิ่มมูลให้ผลผลิตปูนาที่เขาเลี้ยง ล่าสุดตัดสินใจทดลองมาเลี้ยงปูนา ทำเป็น”ปูนานิ่ม” เพราะจะให้เพิ่มมูลค่าหลายเท่าตัวถึง กก.ละ 300 บาท   

           ปกติ อำพล มีงานประจำอยู่แล้ว เป็นพนักงานบริษัทเอกชนในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ใน จ.พระนครศรีอยุทธยา แต่เห็นที่บ้านภรรยามีไร่ทำกิน 14 ไร่ ส่วนหนึ่งทำนาข้าว แต่รอบบริเวณบ้านจำนวน 4 ไร่ยังใช้ประโยชน์น้อยมาก จึงมาขุดบ่อเลี้ยงทั้งปลาดุก ปลานิล ตอนหลังเห็นว่า  การบริโภคเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณปูนาในธรรมชาติกลับน้อยลง จึงใช้พื้นบริเวณบ้าน หันมาเลี้ยงปูนาเมื่อปี 2558 เริ่มเลี้ยงในบ่อดินก่อน ขยายลงในนาข้าว บ่อซีเมนต์  และตอนหลังหันมาเลี้ยงในบ่อพลาสติก นำมาแปรรูปทำเป็นปูดอง ขายช่างกิโล และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

             อำพล บอกว่า เริ่มเลี้ยงปูนาในบ่อดินปล่อยพ่อแม่พันธุ์อายุ 6-8 เดือนจำนวน  20 คู่ ลงบ่อดิน ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ทำคอกกั้นสูงระดับเอวกันปูไต่หนี ปล่อยน้ำสูง 20 ซม. ใส่ทางมะพร้าว ผักน้ำ ไว้เป็นทั้งอาหารและที่หลบภัย ส่วนอาหารให้อาหารปลาดุกเป็นอาหารเสริม  หลังจากเลี้ยงไป 1 เดือน ตัวเมียจะเริ่มออกลูก ให้สังเกตที่ตะปิ้งใต้ท้องจะมีลูกปูจำนวนมาก

           จากนั้นจับแยกไว้อีกบ่อ พอผ่านไปอีก 2 อาทิตย์ แม่ปูจะสลัดลูกทิ้ง ให้แยกแม่ออกไปขุนต่อ และเลี้ยงไปอีก 1 เดือน สามารถนำมาทำแม่พันธุ์ได้อีกครั้ง  ส่วนลูกปูเลี้ยงต่อไปอีก 1 เดือนครึ่ง จับแยกบ่อขนาด
กว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร บ่อละ 5 กก. เลี้ยงต่อไปอีก 3 เดือน สามารถจับขายได้

            กรณีที่จะเลี้ยงในบ่อดินแบบธรรมชาติ  บ่อดิน 1 ไร่ ปล่อยน้ำลงลึก 20 ซม. ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 200 คู่ ใส่ทางมะพร้าว ผักน้ำ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะเป็นได้ทั้งอาหารและที่หลบซ่อน เพราะปูนาหากมีการลอกคราบจะกินกันเอง และช่วยประหยัดค่าอาหาร ส่วนการให้อาหารปลาดุก ถือเป็นอาหารเสริมอาทิตย์ครั้งเท่านั้น เลี้ยงไปแค่ 3 เดือน ก็คัดปูขายได้แล้วในราคาส่ง กก.ละ 50 บาท โดยแม่ 1 ตัว ปูนา 1 ตัว ให้ลูกราว 700-800 ตัว อัตรารอด 500 ตัว ขายส่ง กก.ละ 50 บาท ส่วนพ่อแม่พันธุ์คู่ละ 50 บาท

            “การเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพเสริมทีท่มีรายได้ดี เลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลมาก โรคไม่ค่อยมี เหมาะกับคนไม่ค่อยมีเวลา เพียงให้มีที่หลบ มีอาหาร ก็พอ อย่างในฟาร์มผมเฉพาะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เราขายได้เดือนราว 2 หมื่นบาท ขายกิโลกอีก ปูดองอีก เฉลี่ยวแล้วจะมีรายได้ตกเดือนละราว 3-4 หมื่นบาท” อำพล เล่า

            เขา บอกด้วยว่าโดยธรรมชาติของปูนา พอถึงฤดูหนาวปูจะขุดรูจำศีล ทำให้ฤดูหนาวปูนามีราคาแพง ถึง กก.ละ 80-100 บาท ฉะนั้นปล่อยลูกปูนาลงบ่อ ในช่วงเดือนมิถุนายน –พฤศจิกายน ปูนาจะโตและขายได้หน้าหนาวพอดี จะได้ราคาสูง และไม่ต้องกลัวไม่มีตลาด เพราะมีเท่าไรขายได้หมด

            “ตอนนี้ผมมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กว่าราว 300 คู่ที่ผ่านมาเราเน้นไปที่ขายปูนาชั่งกิโล ผมจึงมองว่าปูนาก็ทำเป็นปูนิ่มได้ และมีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว จากปกติขายปูสดในราคาส่ง กก.ละ 50 บาท ถ้าเป็นปูนิ่มราคา กก.ละ 200-300 บาท”   

          สำหรับการทำปูนิ่มคือ น้ำกล่องสีเหลี่ยมที่เป็นตะแกรงขนาด 10x 12 นิ้ว คัดปูขนาดกลาง ใส่ในกล่องลงไปแช่ในน้ำ ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ให้สังเกตุดูหากสละกระดอง จะเห็นในกล่องเป็น 2 กระดอง ให้จับมาใส่ในตู้ทำความเย็น เพื่อส่งตลาดต่อไป

[adrotate banner=”3"]

         สนใจเรียนรู้ การเลี้ยงปูนา หอมขม ปลาซิว ปลาหลด ในบ่อพลาสติก เว็ปเกษตรทำกิน ร่วมนิตยสารรักษ์เกษตร และทิโส โม้ระเบิด จะพาท่านไปเรียนรู้วิธีเลี้ยงในฟาร์มจริง และจะพาไปดูการเพาะเห็ดโคนดำ ที่สามารถรับประทานสดๆได้ที่อ่างทองด้วย สนใจสอบถามได้ที่ 08-1497-7680 ครับ

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ