ทั้งโลกสรรเสริญ”พ่อ”…”พระบิดาแห่งดินโลก”

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

           พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติและคณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล”นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม ” เมื่อวันที่ 16 เมษยน 2555

           “การปรับปรุงบำรุงดินนั้นต้องอนุรักษ์ผิวดินซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ไว้ไม่ให้ไถหรือลอกหน้าดิน สงวนไม้ยืนต้นที่ยังเหลืออยู่เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื้นของพื้นดิน”

        แม้”พ่อ”ของแผ่นดิน”พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช”ได้ทรงอำลาจากชั่วนิรันดร์ สู่สวรรคาลัย แต่พระองค์ได้ทรงสร้างมรดกทางปัญญา อันเป็นเหมือนคัมภีร์แห่งการดำรงชีพ ไว้ให้พสกนิกรปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน รวมถึงชาวโลกด้วย ที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระะองค์มากมายมหาศาล สุดที่จะคณานับ  ที่พระองค์ได้ทรงคิด ทรงทำด้วยพระองค์ และสอนพสกนิกร โดยเฉพาะภาคการเกษตรจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

            ที่ประจักษ์ชัดเจนคือพระราชกรณียกิจในการพัฒนาทรัพยากรดิน  ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเอาชนะเหนือธรรมชาติว่าด้วย”การพัฒนาทรัพยากรดิน” ทั้งเสื่อมโทรม ดินเปรี้ยว ดินเค็ม   ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกใด้ กลับมาทำการเกษตรได้อย่างปกติ  ทำให้สมัชชาสหประชาชาติ ได้มีมติรับรองให้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น”วันดินโลก” (World soil Day)

การเอาชนะธรรมชาติว่าด้วย”การพัฒนาทรัพยากรดิน”

            ”การพัฒนาทรัพยากรดิน”เกิดจากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกๆ ภาคของประเทศ และรับทราบถึงความเดือนร้อนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยดินในการทำการเพาะปลูกเลี้ยงชีพ แต่สภาพดินมีความเสื่อมโทรมอย่างมากประกอบกับความเสียหายจากธรรมชาติด้วย

สิ่งเหล่านี้ ทำให้พระองค์ทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ถึงความรุนแรงและอันตรายของสภาพดินที่มีความเสื่อมโทรม จึงได้พระราชทานแนวความคิดและพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟูพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดิน  โดยทรงศึกษา วิจัย ทดลอง พัฒนา ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างความสำเร็จ แล้วขยายผลให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติ โดยวิธีการหรือแนวทางเหล่านั้น ล้วนเป็นวิธีการที่เรียบง่าย ประหยัด เกษตรกรสามารถดำเนินการเองได้สะดวก

            สำหรับแนวทางในการทรงแก้ปัญหานั้น ปัญหาดินเสื่อมโทรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดินที่เสื่อมโทรมขาดคุณภาพไว้ว่า

          “การปรับปรุงบำรุงดินนั้นต้องอนุรักษ์ผิวดินซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ไว้ไม่ให้ไถหรือลอกหน้าดิน สงวนไม้ยืนต้นที่ยังเหลืออยู่เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื้นของพื้นดิน”

          ด้วยเหตุนี้ พระองค์ท่าน จึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นตัวอย่างในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน การขยายพันธุ์พืชเพื่ออนุรักษ์ดินและบำรุงดิน ปรับปรุงสภาพดินให้กลายเป็นดินที่มีคุณภาพสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีก

            การปลูกหญ้าแฝกก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง  เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน สร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน ,โครงการ ศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเค็ม ในพื้นที่24 ไร่ 1 งาน13 ตารางวา ตำบล ตาจั่น อำเภอ คง จังหวัด นครราชสีมา, และการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดในภาคใต้ โดยวิธีการแกล้งดิน  เป็นต้น

แก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วยวิธี”แกล้งดิน”ง่าย..แต่ล้ำลึก

                                                     ที่มาภาพ:ผู้จัดการออนไลน์

           การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดในภาคใต้ โดยวิธีการแกล้งดิน  ตามพระราชดำริ สามารถเลือกใช้ได้ 3 วิธี ตามแต่สภาพของดิน คือการใช้น้ำชะล้างความเป็นกรด คือ เป็นการใช้น้ำชะล้างดินเพื่อล้างกรดทำให้ค่า pH เพิ่มขึ้นโดยวิธีการปล่อยน้ำให้ท่วมขังแปลง แล้วระบายออกประมาณ 2-3 ครั้ง โดยทิ้งช่วงการระบายน้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดแต่จำเป็นต้องมีน้ำมากพอ

การแก้ไขดินเปรี้ยวด้วยการใช้ปูนผสมคลุกเคล้ากับหน้าดิน ซึ่งมีวิธีการดังขั้นตอนคือ ใช้วัสดุปูนที่หาได้ง่ายในท้องที่ เช่น ใช้ปูนมาร์ล (marl) สำหรับถาคกลางหรือปูนฝุ่น (lime dust) สำหรับภาคใต้ หว่านให้ทั่ว 1-4 ตันต่อไร่ แล้วไถแปรหรือพลิกกลบดิน ปริมาณของปูนที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเป็นกรดของดิน  และวิธีการการใช้ปูนควบคู่ไปกับการใช้น้ำชะล้างและควบคุมระดับน้ำใต้ดิน เป็นวิธีการที่สมบรูณ์ที่สุดและใช้ได้ผลมากในพื้นที่ซึ่งเป็นดินกรดจัดรุนแรงและถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าเป็นเวลานาน

            การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว นับว่าเป็นนวัตกรรมที่เรียบง่ายในทางปฏิบัติ แต่ล้ำลึกในทางวิชาการ และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงประทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาในพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดิน เพื่อศึกษา ค้นคว้า หารูปแบบที่เหมาะสมของการแก้ปัญหาและพัฒนาในแต่ละพื้นที่ในลักษณะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการร่วมกัน ทำให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล

“พ่อ”คือ“นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

            จากพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจการพัฒนาทรัพยากรดิน จนประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากล ทางสมาพันธ์สมาคมวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”  (The Humanitarian Soil Scientist)   แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 16 เมษยน 2555 ถือเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลกที่ได้ทรงรับรางวัลนี้

            นอกจากนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (FAO) ได้ประกาศสนับสนุน และผลักดันให้มีการจัดตั้งวันดินโลกในวันดังกล่าว พร้อมกับได้จัดงานเฉลิมฉลอง ณ สำนักงานใหญ่ เอฟเอโอ  กรุงโรม ประเทศอิตาลี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555 ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดส่งกิจกรรมเข้าร่วมด้วย

 

เทิดพระเกียรติ์ 5 ธันวาฯทุกปี”วันดินโลก”

         กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ทางสมัชชาสหประชาชาติได้มีมติรับรองให้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น“วันดินโลก (“World soil Day)”ด้วย ทั้งนี้เพื่อสดุดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สายพระเนตรอันยาวไกล ในการทรงแก้ปัญหาเรื่องดินจนประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างกว้างในระดับสากลนั่นเอง

         ดังนั้นวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลแล้ว ยังเป็น “วันดินโลก (“World soil Day)”อีกด้วย ซึ่งทางกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน มาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลสำเร็จให้ประโยชน์ทั้งในการพัฒนาประเทศ และการดำรงชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น จึงจัดงาน”วันดินโลก” มาตั้งแต่ปี 2555 และปีดินสากลในปี 2558 อย่างเป็นทางการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

        ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559  ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดงานวันดินโลก ปี 2559 ระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2559 ภายใต้หัวข้อ “Soils and Pulses, Symbiosis for Life : ดินและถั่ว…เกื้อกูลชีวิต” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ทั่วโลกแซ่ซ้องสรรเสริญจัดงานพร้อมกัน

         นอกจากการจัดงานวันดินโลกที่ประเทศไทยแล้ว ประเทศสมาชิกสหประชาชาติต่างจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลกพร้อมกัน กว่า 200 ประเทศ รวมถึงการกำหนดร่วมจัดงานวันดินโลกในต่างประเทศ อีก 2 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 2 ธันวาคม 2559และสำนักงานใหญ่ เอฟ เอ โอ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ในวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เช่นกัน

ทั้งนี้เพื่อสดุดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจการพัฒนาทรัพยากรดิน จนประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากลนั่นเอง