แก้ปัญหาราคายางต้องไปด้วยกัน

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดล  เบ็ญอาหวัง

          ปัจจุบันปัญหาราคายางพาราตกต่ำกำลังกลับมาบรรจบอีกครั้ง ดูเหมือนว่า ซึ่งทุกภาคส่วนพยายามหาแนวทางที่จะแก้ปัญหากันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในซีกของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรแหละสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และภาคส่วนที่เป็นเครือข่ายของเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศไทย ทั้งที่เป็นในแต่ละภาคส่วน และในนามของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)

          กระนั้นหากมองอย่างผิวเผิน แนวทางการแก้ปัญหาไม่ค่อยจะจูนเข้ากัน ยังอยู่ในลักษณะต่างคนต่างทำ ราวกับว่ายังมีวาระซ่อนเร้นในบางประการ ทำให้มีการกล่าวขานกันว่า มีปล่อยให้กลุ่มคนบางกลุ่ม ที่มีนายทุนอยู่เบื้องหลังฮั้วการซื้อราคายางในตลาดกลางล่วงหน้า เพื่อกดราคายางของเกษตรกร! ขณะที่ผู้อุทิศตนอาสาที่เข้ามาเพื่อมีส่วนร่วมในการที่จะแก้ญหาไปด้วยกัน กลับมองไปคนละทาง แม้แต่ภาคส่วนของตัวแทนเกษตรกรเอง ทั้งมีมติแล้วว่า จะนำเสนอปัญหาต่างที่สรุปมาจากที่ประชุม ให้กับเจ้ากระทรวงเกษตรฯ กลับมีบางคนปล่อยข่าวจะไปทำเนียบรัฐบาล

          ตรงนี้แหละครับ บ่อเกิดแห่งปัญหาที่จะทำให้การแก้ปัญหาไม่ลุล่วง เพราะการแตกคอ ทางออกต้องไปแนทางเดียวกันครับ ฝากวลีเด็ดของอดีต สว.หญิงแกร่ง แห่งเมืองดอกคูน ที่ว่า “ร่วมกันเราอยู่  ทิ้งตรู …..ตาย!”

ตลาดกลางระยองทำได้อย่างไร?

          ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆตัวอย่างหนึ่งครับ คือคาราซื้อขายในตลาดของของ กยท.ทั้ง 6 ตลาดซึ่งบริหารโดย กยท.กับตลาดกลาง จ.ระยอง ที่บริหารโดยเกษตรกร เพื่อเกษตรกรที่ไม่ได้นำเงินสงเคราะห์หรือที่เรียกว่า”เงินเซส” เก็บจากผู้ส่งออก (แท้จริงจากชาวสวนยาง) มีราคาต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งที่ตลาดกลางระยองนั้นจะซื้อยางจากเกษตรกรแพงกว่าตลาดกลาง กยท. กก.ละ 3 – 4 บาท บางวันต่างกันถึง 5 บาท อาทิ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ตลาดกลาง จ.ระยอง รับซื้อยางแผ่นดิบ ราคา กก.ละ 59.99 บาท  แต่ที่ตลาดกลางของ กยท.54.78 บาท อันนี้ราคาที่ประมูล ต่างกันถึง 5.21 บาท  

          ฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการเกษตรฯเชิญแต่ละภาคส่วนมาหารือกัน โดยเฉพาะตัวแทนผู้บริหารตลาดกลาง จ.ระยอง ผู้ประกอบการส่งออก รวมถึงสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) ซึ่งเป็นองค์กรของตัวแทนของชาวสวนยางทั้งประเทศ และ กยท. ที่นอกเหนือไปจากการประชุมในนามของ กนย.เพื่อแนวทางที่ถูกต้องอย่างแท้จริง โดยยกกรณีตัวอย่างของตลาดกลาง จ.ระยอง เหตุใดที่ซื้อมาในราคาที่สูงกว่า ทั้งที่ส่งออกไปในราคาเดียวกัน

สมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯเป็นเวทีกลาง..ที่ไม่ใช่เวทีการเมือง  

          ในซีกของเกษตรกรชาวสวนยาง ในนามสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้มีการขออนุญาติ เพื่อใช้สถานประชุมหารือ หาแนวทางในการที่จะเสนอปัญหาที่เป็นเหตุแห่งเหตุ ของราคายางพาราตกต่ำ และแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาให้เกษตรกรอยู่ได้ มาครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ห้องประชุมสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศ ที่อาคารสารนิเทศน์ 50 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ และประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 มิถุนายน 2560 หลังจากที่ให้การบ้านในการประชุมครั้งแล้วว่า จะมีข้อเสนออย่างไร และให้สรุปประเด็นต่างๆ เพื่อเสนอให้ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 20 มิถุนายน 2560 พร้อมจะไปแสดงความขอขอบคุณที่ได้นำ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาบังคับใช้ในวันนี้

          การที่สมาคมสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้อนุญาติให้กลุ่มตัวแทนของชาวสวนยางทั่วประเทศมาใช้เป็นที่ประชุมนั้น เนื่องจากเห็นว่าอยู่บนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของสมาคมฯอยู่แล้ว ที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯจะอุทิศตนเพื่อภาคการเกษตรอย่างรบวงการ ทั้งที่เป็นสื่อกลางกระจ่ายข่าวคราวในแวดวงการเกษตรฯ เป็นตัวกลางในการเชื่อมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมีส่วนร่วมในสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นในภาคการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ในต่อเมื่อตัวแทนเกษตรกร ต้องการใช้พื้นที่เพื่อหารือในการแก้ปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำ อาทิ ยางพารา เพื่อนำข้อสรุปไปเสนอให้ผู้มีอำนาจในการแก้ปัญหานั้นถือเป็นเรื่องที่ควร  

         กระนั้นจะไม่ยอมให้สมาคมสื่อมวลเกษตรแห่งประเทศไทยตกเป็นเวที และเครื่องมือเพื่อเสาะแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งทางเศรษฐกิจ และเป็นเวทีการเมืองอย่างแน่นอน

         ดุจเดียวกับ “เกษตรทำกิน” (kasettumkin.com) แม้จะเป็นสื่อออนไลน์เล็กๆที่อยู่นอกสายตาของคนในวงการข่าว และยังอยู่ในขั้นตอนทดลองออนไลน์ ก็ยินดีและสนับสนุนทุกภาคส่วนให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกในครั้งนี้อย่างบูรณาการอย่างแท้จริง เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางจะได้อยู่ดีกินดีตลอดไปครับ!

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ