ขอเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวสวนยาง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …ดลมนัส  กาเจ

        “ราคายางมีความเกี่ยวพันกับตลาดโลกด้วย ขณะนี้ได้เร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐใช้ยางในประเทศมากขึ้น พร้อมกับพูดคุยกับทั้ง 2 ประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

อาจเป็นของขวัญก่อนปีใหม่ ที่รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะมอบให้กับชาวสวนยางพาราคา ที่กำลังประสบปัญหาจากราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

วันนี้(4 ธ.ค.60) ราคายางพาราส่อไปในทางที่ดีเล็กน้อย ที่ราคายางพารา ต่างพาเรดขยับราคาขึ้นทุกรายการ โดยยางแผ่นดิบขยับขึ้น กก.ละ 13  สตางค์ ยางรมควันชั้น 3 ขยับขึ้น กก.ละ  42 สตางค์ และน้ำสดที่เกษตรกรนิยมขายมากที่สุก ขยับขึ้น กก.ละ 50 สตางค์

เป็นที่น่าสังเกตุ จะใช่หรือไม่อย่างไร ต้องจับตาในวันต่อไป จึงจะชัดเจนว่า การที่ราคายางขยับขึ้นในวันแรกของสัปดาห์นี้ (4-8 ธ.ค.60) ที่ราคาขยับขึ้น อาจมาจากการที่นายกรัฐมนตรี ย้ำเมื่อวานนี้(3 ธ.ค.60) ว่ารัฐกำลังเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ เน้นผลักดันการใช้ยางในประเทศควบคู่เจรจากับผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก พร้อมกับชี้เตรียมถกประเด็นหาข้อสรุปเบื้องต้นในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ เป็นระบุของ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้เปิดเผยเมื่อวานว่า  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำและข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของนักการเมืองที่ต้องการให้รัฐบาลพูดคุยกับผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซีย ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว และทำมาอย่างต่อเนื่องผ่านการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด ภายใต้กรอบการทำงานของสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC)

ล่าสุดได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความต้องการใช้ยางและปริมาณยางในตลาด ปัจจัยที่มีผลต่อราคา เช่น สภาพภูมิอากาศ ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น และทั้ง 3 ประเทศตกลงใจร่วมกันที่จะเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งจะทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันให้ราคายางกลับเข้าสู่สภาวะที่ควรจะเป็น

พลโท สรรเสริญ บอกว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่การทำงานให้เกิดผลสำเร็จต้องใช้เวลา เพราะเรื่องราคายางมีความเกี่ยวพันกับตลาดโลกด้วย ขณะนี้ได้เร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐใช้ยางในประเทศมากขึ้น พร้อมกับพูดคุยกับทั้ง 2 ประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ไปพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ โดยมีแนวทางเบื้องต้นว่า จะดูแลที่ตัวเกษตรกรเป็นหลักเพื่อไม่ให้กระทบกลไกตลาด เช่น ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นสถาบันหรือองค์กร แปรรูปยางขั้นต้น ชะลอการขายน้ำยาง การจัดโซนนิ่งการปลูกยางและลดพื้นที่ปลูก โดยเน้นต้นยางที่หมดอายุ และหากเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นจะได้รับการสงเคราะห์จากหน่วยงานรัฐเป็นพิเศษ เป็นต้น

ก็ต้องจับตาดูในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้จะมีการพูดคุยถึงสถานการณ์ราคายางและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร พร้อมการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ จึงเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน มองปัญหาร่วมกันอย่างเข้าใจ ก็จะสามารถหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาวได้อย่างราบรื่นต่อไป

ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในยุคที่มีรัฐมนตรีใหม่ถอดด้ามทั้งยวงนำโดย มีนายกฤษฎา บุญราช เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ นายลักษณ์ วจนานวัช และ นายวิวัฒน์  ศัลยกำธร เป็นช่วยว่าการฯ ซึ่งถือเป็นชุดที่มีรัฐมนตรีช่วยมากที่สุดในกระทรวงเกษตร นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจมา ว่าจะมีความกล้าหาญในการผ่าตัดหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะตามที่แกนนำเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งเสนอ และร้องเรียนให้มีการจัดในองค์กรของการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.นั่นเอง

         อย่างไรก็ตามหากเป็นไปตามที่พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจ และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราให้กระเตื่องขึ้น อย่างน้อยให้ได้เท่ากับต้นทุนภายในสิ้นปีนี้ ก็ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่จากรัฐบาลมอบให้เกษตรกรชาวสวนยางเนื่องในวาระดิถีส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับขึ้นปีใหม่ในปีนี้