กล้วยหอม”คาเวนดิช”มาแรง ต้นกล้าต้องจองแล้ว

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

         หลังจากที่สื่อกระพือข่าวว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ “กลุ่มพืชครบวงจร “เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จับมือกับยักษ์ใหญ่ในวงการผลิตและจำหน่ายกล้วยหอมคาเวนดิชระดับโลก “ โดล เอเชีย จำกัด” หันส่งเสริมเกษตรกรไทยปลูกกล้วยหอมเขียว “คาเวนดิช”เป้าหมายแรก 6 หมื่นไร่ พร้อมจะรับซื้อผลผลิตทั้งหมดจากเกษตรกรภายในปีหน้า ประกอบ ดร.กอบลาภ อารีศรีสม รอง ผอ.ศูนย์กล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับมหาวิทลัยแม่โจ้  ที่หันมาศึกษาเกียวกับกล้วยคาเวนดิช และสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกแบบไม่จำกัดพื้นที่ เนื่องจากมีตลาดจีนรองรับชัดเจนถึงอาทิตย์ละ 500 ตัน  ทำให้เกษตรกรหันมาสนใจเป็นจำนวนมาก และต้นกล้าเริ่มขาดแคลน และต้องจองกันแล้วครับ

            เนื่องเพราะนั่นหมายถึงว่า ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรกำลังมาแล้ว เป็นทางเลือกใหม่ที่เห็นตัวเลขรายได้ที่ชัดเจนว่า ลงทุนเท่าไร ได้ผลบอบแทนเท่าไร อย่างน้อยๆ รุ่นแรกก็ได้กำไรแล้ว พอปลูกรุ่นที่สองและรุ่นต่อๆไปอีก 5-10  ปี ต้นทุนค่าปรับดิน  ค่าระบบน้ำ ต้นกล้า ไม่มีแล้ว กำไรเหนาะๆ  มีการคำนวนว่าปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช 1 ไร่ ได้ผลผลิต 7-8 ตันต่อรุ่น คารา สมมุติราคากก.ละ  8 บาทจะได้เท่าไร กล้วยรุ่นสองขึ้นไปเก็บเกี่ยวปีละ 2 รุ่น ตีว่าได้ไร่ 15 ตัน คิดเป็นเงินไร่ละก็แสนกว่าบาทแล้วครับ

           สมมุติว่าครอบครัวหนึ่งอยู่กัน 2 คน ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช 5-10 ไร่ ก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายครับ  ไม่ต้องไปร่วมโครงการ 1 ไร่ 1 แสนหรอกครับ แค่ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชรายได้ก็เกินแล้ว   

            กระนั้นฝากบอกนิดหนึ่งครับว่า  การที่เกษตรกรจะปลูกกล้วยหอมเขียว”คาเวนดิช” ต้องรวมกลุ่ม และเป็นเครือข่าย ของบริษัท หรือสถาบันการศึกษาที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้นครับ อย่าปลูกแบบเดี่ยวๆ และดูแลตามอรรตภาพ เพราะไม่เพียงแต่ไม่มีใครเข้าไปรับซื้อ เนื่องมีปริมาณน้อยแล้ว ท่านอาจปลูก และดูแลไม่เป็นไปตามสเป็กที่ตลาดต้องการอีกด้วย

            การที่จะเข้ากลุ่ม เป็นเครือข่ายในรูปแบบของเกษตรพันธสัญญา หรือคอนแทร็คฟาร์มมิ่งต้องระวังด้วยครับ มีหลายบริษัท ที่ไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน ไม่ซื่อ หากินซ้ำเติมความยากจนของเกษตรกร หลอกเกษตรกรมาเยอะครับ คือหลอกให้ซื้อต้นกล้า และปุ๋ย สัญญาว่าจะซื้อผลผลิตคืน แต่พอเกษตรกรหลงกลไปซื้อต้นกล้า และปุ๋ย ผู้ที่อ้างว่าบริษัทโน้น บริษัทนี่ สุดท้ายหลบหนี โดยไม่รับผิดชอบใดๆ ปล่อยให้เกษตรกรต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่สามารถนำผลผลิตไปขายได้เลย

            เกษตรกต้องเลือกบริษัท ที่ประกอบธุรกิจการเกษตรที่มีชื่อเสียง และใครๆก็รู้จัก ยิ่งเป็นบริษัทที่เข้าในตลาดหลักทรัพย์ยิ่งดีครับ หรือสถาบันการศึกษาที่มีเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งระดับประเทศ และระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยิ่งไม่มีปัญหา

 ที่สำคัญตอนนี้ พ.บ.ร.เกษตรพันธสัญญาก็ผลผลบังคับใช้ในเดือนนี้แล้ว หากไม่ซื่อสัตว์ฟ้องร้องได้ แต่ถ้าผู้ที่อ้างว่าเป็นบริษัท โดยที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน พอขายต้นกล้า ปุ๋ยได้แล้ว มันก็หายหัว ไม่รู้จะไปฟ้องใครครับ

            ถ้าสนใจที่จะเข้ากลุ่มเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะทำอย่างไร จะหาต้นกล้าได้ที่ไหน เว็ปไซค์ “เกษตรทำกิน” ร่วมกับนิตยสารไม่ลองไม่รู้ และรักษ์เกษตร จะพาท่านเรียน รู้วิธีการปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว การล้าง การแพ็ค และรายละเอียดต่างๆที่อยากรู้ ที่แปลงของ”กลุ่มบ้านช้าง” ซึ่งเป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 ไปเช้ากลับเย็นครับ

      ค่าลงทะเบียน ค่าอาหาร วิทยากร เพียงท่านละ 1,600 บาทโอนเงินเข้าบัญชีคุณหนึ่งฤทัย  แพรสีทอง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขบัญชี 4081165827  หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ ที่โทร. 089-783-5887 หรือ 081-497-7680  

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ