จะบุกถิ่น”มูซังคิงส์”ให้ถึงที่ และต้องอิ่มด้วย

  •  
  •  
  •  
  •  

 โดย-ดลมนัส  กาเจ      

   อีกไม่กี่วันแล้ว เราจะบุกถิ่นปลูกทุเรียนสายพันธุ์”มูซังคิงส์” หรือ”ราชาแมวป่า” ในแดนเสือเหลือง “มาเลเซีย” ประเทศเพื่อนบ้านของเรานั่นเอง  ที่ว่ากันว่า เป็นทุเรียนชั้นเลิศที่ขายในประเทศจีน ราคา กก.ละถึง 2,000 บาท และถือว่าเป็นมหันตภัยร้ายแรงที่กำลังจะคุกคามตลาดหมอนทองของไทยเรา

          ตอนนี้ในบ้านเราก็ปลูกแล้วครับ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา บางส่วนใน อ.สะเดา นาทวี จ.สงขลา ปลูกส่งมาเลเซีย และสิงคโปร์ มีคนมาซื้อถึงที่ในราคา กก.ละ 300  บาท และขายในมาเลเซียตก กก.ละ 100  ริงกิต หรือกว่า 700 บาท และมีเอกชน มาทำกิ่งพันธุ์ในบ้านเรากันแล้วครับ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรที่ต้องการปลูกพันธุ์ใหม่ๆบ้าง  ไม่ใช่ว่าปลูกหมอนทองตามกันจนล้นตลาดและราคาตกต่ำตามมา

          เป็นทุเรียนที่ผลไม่โตมาก เนื้อหลืองอร่ามน่ารับประทาน หวานมัน เมล็ดเล็ก ยังสงสัยอยู่ว่า เป็นอันเดียวกันกับ”มูซังโก้” ที่นายราจิบ ราซัค นายกรัฐของมาเลเซีย ไปฝากนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน(สมัยนั้น) เมื่อ 6-7 ปีก่อน ว่ากันนายกฯจีนดติดใจในรสชาติ และกลายเป็นการเปิดทางให้มาเลเซีย มีโอกาสส่งออกทุเรียนไปเข้าสู่ตลาดจีนด้วย

          ตอนนี้ถ้าไปในเมืองใหญ่ๆของจีน อย่างเซียงไฮ้ จะมีซุ้มครับ ขายทุเรียนมูซังคิงส์ โดยตรงเหมือนแฟรนไชส์กาแฟสด ยี่ห้อดังในบ้านเรานั่นแหละ หรือเหมือนซุ้มขายหมากในไต้หวัน คนที่แวะไปซื้อกิน ไฮโซทั้งนั้นเลย เพราะแพง

        เราจะเดินทางไปในวันที่ 10 -11 กรกฎาคม 2560 นี้ครับ เป็นช่วงที่ทุเรียนมูซังคิงส์กำลังออกผลผลิต เพื่อไปชิม หรืออาจมากกว่าชิม ที่แหล่งกำเนิดไปเลย ที่สำคัญต้นที่เราจะไปดูและไปกินนี่แหละ คือต้นแม่พันธุ์ที่เอกชนของไทยเอามาขยายพันธุ์ในบ้านเรา ใครเอามาคนแรกไม่ทราบครับ

          แล้วจะตลบหลังเข้าทาง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อไปดูว่า ทุเรียนมูซังคิงส์ปลูกในไทยเป็นอย่างไร รสดีกว่าหรือไม่ และคนที่ปลูกรวยหรือเปล่า เพราะผมเชื่อว่าการเกษตร เกษตรกรบ้านเราเอง พลิกแพลงได้ เดี่ยวกลับมาจะเล่าให้ฟัง หรือถ้าสนใจเรื่องกล้าพันธุ์สอบถามได้ พอมีข้อมูลแนะนำอยู่บ้างครับ!