“เมืองแห่งปศุสัตว์” เกษตรแห่ร่วม “โคบาลบูรพา” คัดแล้วเกินครึ่ง

  •  
  •  
  •  
  •  

กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเนรมิตรจังหวัดสระแก้วเป็น “เมืองแห่งปศุสัตว์”  ที่สำคัญของประเทศ ภายใต้โครง”โคบาลบูรพา” ขณะที่ “ฉัตรชัย”ชี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ลดการนำเข้าเนื้อสัตว์ได้ และสร้างโอกาสในการผลิตเนื้อโคส่งออกตลาด AEC ในอนาคตต่อไป ล่าสุดคนสมัครร่วมโครงการจรล้น เลือกแล้วเกินครึ่ง

          (30 ก.ย.60) พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการโคบาลบูรพา ว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และจังหวัดสระแก้ว จัดทำโครงการ “โคบาลบูรพา”เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมไปเลี้ยงปศุสัตว์  โดยส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ให้เกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ยึดคืนตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพในการเลี้ยงสัตว์ โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้จังหวัดสระแก้วเป็นเมืองแห่งปศุสัตว์ “โคบาลบูรพา” ที่สำคัญของประเทศ

          เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งและลักษณะพื้นที่เหมาะสม เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชาและเวียดนาม มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจร ซึ่งจะสามารถเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก ลดการนำเข้าเนื้อสัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย และสร้างโอกาสในการผลิตเนื้อโคส่งออกตลาด AEC ในอนาคตต่อไป

        ในการดำเนินโครงการดังกล่าว มีระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ.2560 – 2565) งบประมาณรวม 970.5 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ 1) ส่งเสริมการเลี้ยงแม่โคเนื้อผลิตลูก โดยอุดหนุนแม่โคเนื้อให้เกษตรกร 6,000 ราย รายละ 5 ตัว รวมแม่โคเนื้อ 30,000 ตัว 2) ส่งเสริมอาชีพเลี้ยงแพะ เพื่อส่งเสริมอาชีพทางเลือกให้เกษตรกรในพื้นที่แห้งแล้ง 3) ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ สำหรับเกษตรกรผู้ได้รับการส่งเสริมให้เลี้ยงโคเนื้อและแพะ และ 4) ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่/จัดตั้งสหกรณ์ “โคบาลบูรพา”เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่

          นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยถึงความคืบหน้าของ “โครงการโคบาลบูรพา” ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการระดับพื้นที่คัดกรองเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 6,100 ราย ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการคัดเลือกและผ่านประชาคมหมู่บ้านแล้ว จำนวน 3,123 ราย ส่วนที่เหลืออีก 2,977 ราย จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2560 นี้ และในส่วนเกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน แต่ยังไม่ได้รับการคัดเลือก เพราะผู้สนใจสมัครเกินเป้าหมายที่วางไว้ โครงการจะทำการขึ้นบัญชีไว้ในลำดับต่อไป  


            ในด้านการดำเนินการจัดสร้างแปลงหญ้าอาหารสัตว์ ได้ดำเนินการ แล้ว 1,020 ราย แปลงพืชอาหารสัตว์จำนวน 3,060 ไร่ ส่วนจัดสร้างคอกโค คอกแพะ และบ่อน้ำ กรมปศุสัตว์ได้รับอนุมัติเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรแล้ว อยู่ระหว่างการโอนเงินให้กับองค์กรเกษตรกร

            การส่งมอบแม่โคเนื้อ ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 30,000 ตัว อยู่ระหว่างการขออนุมัติกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการการจัดหาสัตว์ ตามระเบียบฯ กฎหมายและหลักเกณฑ์ในการจัดซื้อโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและโปร่งใส เมื่อผ่านกระบวนการแล้ว โดยครั้งแรกจะเริ่มส่งแม่โคเนื้อให้เกษตรกรใน 3 อำเภอ พร้อมกันในเดือนตุลาคม 2560

             การจัดตั้งสหกรณ์ “โคบาลบูรพา”เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ได้มีการดำเนินการแล้วใน 7 แห่ง คือ 1) สหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพาอรัญประเทศ จำกัด 2) สหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพาวัฒนา จำกัด 3) สหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพาโคกสูง จำกัด 4) สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวัฒนานคร (คทช.) จำกัด 5) สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภออรัญประเทศ (คทช.) จำกัด 6) สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง (คทช.) จำกัด 7) สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น (คทช.) จำกัด

             ทั้งนี้ โครงการนี้ฯ จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในจังหวัดสระแก้วได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูโดยการเปลี่ยนอาชีพทางการเกษตรอื่นในพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงปศุสัตว์ ให้สามารถประกอบอาชีพปศุสัตว์โดยมีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน และการเพิ่มแม่โคเนื้อพันธุ์ดี กว่า 120,000 ตัว ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นจะเป็นการนำร่อง และเพิ่มฐานการผลิตโคเนื้อเข้าสู่ระบบการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตโคเนื้อของภาคตะวันออก เพื่อเป็นที่ต้องการของตลาดประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา และประเทศลาวและสู่อาเซียนในอนาคตต่อไป