“โรงเรือนนกกระทาลอยน้ำ”หนึ่งเดียวที่อ่างทอง ตอบโจทย์ปัญหาน้ำท่วมได้

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

         “วันหนึ่งทำน้ำท่วมอีก สิ่งที่ตอบโจทย์ได้ สำหรับวงการปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนได้ โดยเฉพาะการเลี้ยงนกกระทา คือโรงเรือนลอยน้ำ ต้องใช้วิธีป้องกัน แต่ที่ผ่านมา เรามักจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความเสียหายเกิดขึ้น ถ้าเราใช้วิธีป้อง นั่นหมายถึงความเสียหายจะไม่เกิดขึ้น”

          บทเรียนจากเหตุการณ์ท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่สร้างความเสียหายต่อกิจการ”เอนกฟาร์มนกกระทา” แห่ง อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไข่นกกระทารายใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน ทำให้เด็กหนุ่มวัยเพียง 20 ปี “พยุงศักดิ์ สีเขียวสด”ทายาทฟาร์มนกกระทา ได้มองถึงปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่จะบันทรต่อภาคการเกษตรที่อาจจะเกิดขึ้นอีก และจินตการไกลไปถึงกรณีเกิดน้ำท่วมผิวโลก จะสามารถผลิตอาหารได้อย่างไร ทางออกคือแปลงเกษตรหรือโรงเรียนเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบ”โรงเรือนลอยน้ำ”ขึ้นมา พบว่าได้ผล ต้นทุนถูกกว่าด้วย

                                                                       พยุงศักดิ์  สีเขียวสด

            พยุงศักดิ์ เป็นบุตรชายคนสุดท้อง ของ“เอนก  สีเขียสด” กรรมการผู้จัดการบริษัท เอนกฟาร์มนกกระทา จำกัด แตกต่างกับเด็กรุ่นใหม่โดยสิ้นเชิง แม้เขาโตมาท่ามกลางที่ครอบมีฐานะแล้ว ทั้งที่จะใช้ชีวิตในสังคมเมือง เหมือนเด็กใหม่ที่ต่างทิ้งภาคเกษตรไป แต่ พยุงศักดิ์ กลับสนใจกิจการภายในครอบคือเลี้ยงนกกระทาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยม โดยใช้เวลาว่างรับจ้างจากคุณพ่อ เป็นคนงานในฟาร์มได้ค่าแรงเหมือนลูกจ้างทั่วไปวันละ 300 บาท โดยเขาตั้งใจว่า  วัหนึ่งถ้าเขาเป็นเจ้าของฟาร์ม หากไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวการเลี้ยงนกกระทา การดูแลจัดการฟาร์ม ยากต่อการที่สั่งลูกน้องให้ทำงานอย่างถูกวิธีได้

          เพียงอายุ 18 ปีของ พยุงศักดิ์ หลังจากที่เขาเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  หรือม.6 เขาตัดสินใจเลี้นงนกกระทาด้วยตัวเอง เพราะเขามองอนาคตว่า กิจการนกกระทาครบวงจรของครอบครัว โตวันโตคืน สามารถขยายตลาดของไข่นกกระทา เนื้อนกกระทา ที่สู่ในต่างประเทศมากขึ้นเป็นลำคับ ล่าสุดตลาดในตะวันนออกกลาง กำลังต้องการสูง

         “ผมเป็นลูกจ้างคุณพ่อมา 2 ปี ผมทำหน้าที่ทุกอย่างเหมือนคนงานทั่วไป โดยไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ คุณพ่อเห็นว่าผมสนใจในเรื่องนี้ เลยถามว่าอยากทำเองไม่ ผมบอกว่าตั้งใจนานแล้ว คุณพ่อให้ผมเช่าโรงเรือน ไม่ได้มาฟรี ผมเลยตัดสินใจกับพี่ชายเลยเลี้ยงไปก่อน 1 โรงเรือนเลี้ยง  5 หมื่นตัว และขยายขึ้นเรื่อยตอนนี้เลี้ยงเป็นลักแสนตัวแล้ว ผมพอใจมาก ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเอกชนย่านรังสิต จ้างลูกน้องดูแลให้ พอตอนเย็นกลับมาดูแลฟาร์ม ผมพอใจมากกับอาชีพนี้ ผมมีอายุเพียง 20 ปี ผมรายได้เดือนเป็นแสนครับ”  พยุงศักดิ์ กล่าว

            เขา บอกด้วยว่า ช่วงที่เขามาทำฟาร์มเอง ความทรงจำเมื่อครั้งที่ฟาร์มนกกระทาของครอบครัว ประสบน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554  ยังตราตรึงในความคิดเสมอ แม้ว่าเอนกฟาร์มนกระทา ได้ยกสูงขึ้นเพื่อหนี้น่ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีก แต่อย่างลืมว่า เอนกฟาร์มนกกระทายังมีลูกฟาร์มจำนวนมาก หากเกิน้ำท่วมอีกลูกฟาร์มจะทำอย่างไร เลยมองเห็นตลาดนักน้ำเก่า ทำให้เกิดความคิดว่า โรงเรือนลอยน้ำตอบโจทย์แก้ปัญหาน้ำท่วมได้ หากฝนแล้งโรงเรือนอยู่บนดิน หากเกิดน้ำท่วมโรงเรือนก็ลอยตามด้วย

           หลังจากที่พอคิดได้ พยุงศักดิ์ ลงมือทำทันที โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัยอะไรมากมาย เพียงเอาวัสดุใกล้ตัวมาใช้ คือถึงน้ำมันเก่าขนาด  200 ลิตร สำหรับเป็นฐานมาเรียงขวางตามความกว้างของโรงเรือน ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แถวห่างกันราว 1 เมตรต่อ  1 แถว  แต่ถ้าโรงเรือนขนาดใหญ่ให้ถังชิดกันตั้งแต่หัวจนถึงปลายสุดของโรงเรือน จากนั้นใช้วัสดุเบาที่หาได้ทำโครงสร้างของโรงเรือนตั้งบนถัง เหมือนโรงเรือนทั่วไป เมื่อคำนวน ต้นทุนพบต่ำกว่าโรงเรือนทั่วไปอีกด้วย ไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเดียว หากแต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่จะเลี้ยงนกกระทาแต่มีพื้นที่น้อย ก็สามารถสร้างโรงเรือนลอยน้ำได้ในบ่อปลา จะทำให้มีรายได้ 2 ทางคือได้จากการเลี้ยงและนกกระทาด้วย หรือหากใครมีบ้านติดในแม่น้ำ ลำคลอง ก็สร้างโรงเรือนลอยน้ำเลี้ยงนกกระทาได้เช่นกัน

          “ผมคิดว่าหากวันหนึ่งทำน้ำท่วมอีก สิ่งที่ตอบโจทย์ได้ สำหรับวงการปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนได้ โดยเฉพาะการเลี้ยงนกกระทา คือโรงเรือนลอยน้ำ ต้องใช้วิธีป้องกัน เพราะที่ผ่านมา การทำเกษตร ในบ้านเราหากมีปัญหาจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทางออกเราต้องหาแนวทางในการป้องกัน ถ้าเราป้องกันได้ นั่นหมายถึงความเสียหายจะไม่เกิดขึ้น บางครั้งผมจินตนาการไปถึงน้ำท่วมโลก จะทำอย่างไรที่จะให้มีอาหารการกิน ผมอยู่วงการเลี้ยงนกกระทา ผมคิดเฉพาะนกกระทา คือถ้าน้ำท่วมฟาร์มเราต้องไม่จม เพราะโรงเรือนของเราลอยน้ำได้ เพราะภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเร็วเกินความคาดหมาย ” เขา กล่าวอย่างมั่นใจ

          ด้าน เอนก สีเขียวสด ผู้เป็นพ่อ บอกว่า พยุงศักดิ์ เป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่ใจชอบเกษตรกร สนใจอาชีพการเลี้ยงนกกระทา ซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัว เมื่อมีความตั้งใจ ก็พร้อมที่จะสนับสนุน และหลังจากที่ลูกได้ลงเองระยะหนึ่งพบว่า พยุงศักดิ์ มีแนวคิดใหม่ๆตามประสายเด็กรุ่นใหม่จึงปล่อยไป เพราะนั่นคืออนาคตของเขาเอง

                                                                         เอนก สีเขียวสด

“เมื่อลูกสนใจ เราต้องส่งเสริม แต่ไม่ได้แปลว่า เป็นลูกแล้วจะยกให้ทันที ถึงแม้ว่าอนาคตคงไม่ไปไหน ในที่สุดจะเป็นของพวกเขาก็จริง แต่ผมต้องบอกให้ว่าทุกธุรกิจจะไม่ได้มาฟรี  ต้องคิดเป็นต้นทุนทั้งหมด ส่วนผมไม่เลี้ยงนกกระทาแล้ว ปล่อยให้เป็นกิจการของลูกไป ผมจะเป็นผู้รับซื้อผลผลิตจากพวกเขา อาชีพหลักของผมที่ทำเองคือซื้อมูลหรือขึ้นกกระทา จากฟาร์มของลูก และลูกฟาร์ม มาทำปุ๋ยหมัก วันละ 10 ตัน กับหาตลาดใหม่ ๆและส่งเสริมลูกฟาร์ม ตอนนี้ถ้าใครสนใจจะเลี้ยงนกกระทา แต่ไม่มีเงินทุน มาปรึกษาได้ครับ” เอนก กล่าว 

        “โรงเรือนนกกระทาลอยน้ำ” นับเป็นนวัตกรรมง่ายๆ ที่สามารถตอบโจทย์การเลี้นยงนกกระทา หรือสัตว์ปีกอย่างอื่น ที่อาจจะเกิดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ แม้คนคนที่อยู่ริมแม่น้ำ หรือลำคลอง ก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ