“กรีนฟาร์มรักษ์โลก”สะท้อนถึง”5มิ.ย.วัน สวล.โลก

  •  
  •  
  •  
  •  

  

     “การทำกรีนฟาร์มไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้ความสำคัญกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งการเลี้ยงในโรงเรือนปิด การจัดการของเสียด้วยไบโอแก๊สที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า การทำระบบฟอกอากาศท้ายโรงเรือนให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง”

 

ตามที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก” (World Environment Day)  เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้คนบนโลกหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกมุมโลกจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากมาย

สำหรับประเทศไทยแล้วต้องถือว่ามีความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตลอด โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่มีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการจนเกิดเป็นการเลี้ยงสัตว์แบบ “รักษ์โลก” อย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ถือเป็นผู้นำและให้ความสำคัญในการเลี้ยงสัตว์รักษ์โลก ด้วยการเนรมิตรฟาร์มเลี้ยงสัตว์สู่ ฟาร์มสีเขียว หรือกรีนฟาร์ม (Green Farm) โดยมีฟาร์มเลี้ยงหมูของบริษัทเป็นต้นแบบ แล้วจึงต่อยอดไปสู่ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ และฟาร์มเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน

 สมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บอกว่า ซีพีเอฟมุ่งเสาะแสวงหาและค้นคว้าเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ มาใช้ในการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพปลอดภัยเหมาะแก่การบริโภค และยังเป็นเทคโนโลยีเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อมที่เผยแพร่ให้เกษตรกรทั่วไปได้นำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งการเลี้ยงสัตว์ในระบบโรงเรือนปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรืออีแวป (Evaporative Cooling System : EVAP) ที่ไม่เพียงสามารถปรับให้อากาศภายในโรงเรือนเหมาะสมกับสัตว์แต่ละประเภท ทำให้สัตว์อยู่สบาย ไม่เครียด จึงเติบโตได้ดีตามศักยภาพของพันธุ์สัตว์ และการใช้ระบบไบโอแก๊ส ที่ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนและมีผลพลอยได้เป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในฟาร์ม ช่วยลดต้นทุนด้านไฟฟ้าถึง 50-80%

สำหรับโครงการกรีนฟาร์มนั้นเป็นการตอบโจทย์แนวคิดการยกรีสอร์ทมาไว้ที่ฟาร์มของบริษัท โดยเน้นการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน ประหยัดพลังงาน และใส่ใจชุมชน ซึ่งซีพีเอฟได้พัฒนาฟาร์มสุกรทุกแห่งของบริษัททุกแห่งให้กลายเป็นกรีนฟาร์มและเป็นต้นแบบการพัฒนาที่หลายองค์กร ทั้งในและต่างประเทศต่างมาศึกษาดูงานเพื่อนำไปปรับใช้ ขณะเดียวกัน ก็ได้ผลักดันฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุกรกับบริษัทให้ร่วมโครงการกรีนฟาร์มด้วย เพื่อมีส่วนร่วมลดโลกร้อนเช่นเดียวกัน

“การทำกรีนฟาร์มไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้ความสำคัญกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งการเลี้ยงในโรงเรือนปิด การจัดการของเสียด้วยไบโอแก๊สที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า การทำระบบฟอกอากาศท้ายโรงเรือนให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง เช่นการใช้จุลินทรีย์ธรรมชาติมาช่วยบำบัดในระบบฟอกอากาศท้ายโรงเรือน ทำให้การลงทุนไม่สูง และพบว่าได้ผลดีมาก หรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ในบริเวณฟาร์ม ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและลดความร้อนให้กับโรงเรือนได้ หากทุกๆคนร่วมมือกันเช่นนี้ ก็เท่ากับภาคปศุสัตว์ไทยได้มีส่วนช่วยลดปัญหาโลกร้อน” สมพร กล่าว

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการปฏิวัติภาพลักษณ์ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สู่กรีนฟาร์ม ของซีพีเอฟนั้น สะท้อนภาพองค์กรรักโลกรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ